DELTA กำไรนิวไฮ & ธุรกิจ AI ขยายตัว

เรียกเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที เมื่อบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 1/69 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งอย่างมีนัยสำคัญ


เรียกเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที เมื่อบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 1/69 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งอย่างมีนัยสำคัญ สามารถสร้างสถิติกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจโลก ที่มีทั้งโอกาสจากการขยายตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความผันผวนจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์..

สาระสำคัญงบการเงิน DELTA เริ่มจากรายได้จากการขาย อยู่ที่ 61,387 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 19,466 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78.1% กำไรสุทธิ 9,081 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.4% และกำไรต่อหุ้น เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.73 บาท จากเดิม 0.44 บาทในปีก่อน

การเติบโตดังกล่าว สะท้อนถึงการเริ่มต้นปีงบประมาณอย่างแข็งแกร่ง โดยรับแรงหนุนหลักจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ที่เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนรายได้ สอดคล้องกับการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ทั่วโลก

แม้รายได้จะเติบโตดี แต่บริษัทต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 86.9%จากปีก่อนหน้า มีประเด็นที่น่าสนใจคือ 1)มาตรการภาษีศุลกากร มีการบันทึกค่าใช้จ่ายด้านภาษีศุลกากรเพิ่มขึ้น จากการเรียกเก็บของรัฐบาลสหรัฐ อย่างไรก็ตาม DELTA ระบุว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้มีข้อตกลงการเรียกเก็บคืนจากลูกค้าได้ ตามเงื่อน ไขที่กำ หนด

2)ค่าสิทธิและโลจิสติกส์ ค่าสิทธิจ่าย (Royalty fee) สูงขึ้นตามปริมาณการขายที่ใช้เทคโนโลยี จากบริษัทแม่ในไต้ หวัน รวมถึงค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับคำสั่งซื้อจำนวนมาก 3)ประสิทธิภาพการบริหาร แม้ค่าใช้จ่ายรวมจะสูงขึ้น แต่เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนต่อรายได้รวมกลับลดลงจากปีที่แล้ว แสดงถึงประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น 

ปัจจัยขับเคลื่อนและอุปสรรคสำคัญ เริ่มจากเครื่องยนต์หลัก คือ AI Infrastructure (ความต้องการโซลูชั่นบริหารจัดการพลังงานประสิทธิภาพสูง และระบบระบายความร้อนสำหรับศูนย์ข้อมูลยังคงเป็นแนวโน้มขาขึ้น) และ Industrial Automation (กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบอัตโนมัติสำหรับอุตสาหกรรมและอาคารสีเขียวยังมีการเติบโตที่ต่อเนื่อง)

อย่างไรก็ดีปัจจัยกดดัน คือ EV Solutions (รายได้ในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้ายังคงอ่อนตัวเนื่องจากดีมานด์ในตลาดยังไม่ฟื้นตัว) Pillar Two model rule (ไตรมาสนี้ DELTA ต้องบันทึกประมาณการหนี้สินภาษีส่วนเพิ่ม 1,283 ล้านบาท ตามเกณฑ์ของ OECD เพื่อรองรับกฎภาษีขั้นต่ำระดับโลก) และการด้อยค่าของสินทรัพย์ (มีการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าของค่าความนิยม (Goodwill) ในส่วนการดำเนินงานที่สโลวาเกีย 203 ล้านบาท

หากมองฐานะทางการเงินและการลงทุนในอนาคต DELTA มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 174,210 ล้านบาท การเปลี่ยน แปลงที่สำคัญคือการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือซึ่งสอดรับกับยอดขายที่ขยายตัว

ด้านการขยายกำลังการผลิต บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนต่อเนื่องในศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงโรงงานแห่งใหม่ทั้งในไทยและทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย เพื่อยกระดับกลยุทธ์การผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing) และเพิ่มขีดความสามารถในการส่งมอบสินค้าให้แก่ลูกค้าระดับโลก

ผลดำเนินงานไตรมาส 1/69 ของ DELTA สะท้อนภาพลักษณ์ของผู้นำอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถเก็บเกี่ยวประโยชน์จากกระแส AI อย่างเต็มที่ แม้มีความท้าทายด้านภาษีระหว่างประเทศและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่ม ขึ้นแต่ความสามารถการรักษาระดับอัตรากำไรสุทธิ 14.8% ท่ามกลางความผันผวนของโลก ถือเป็นสัญญาณที่แสดงถึงความยืดหยุ่นและความพร้อมกับการเติบโตในอนาคต..!!

Back to top button