AI for All Thais ปฏิวัติทักษะคน..พลิกโฉมเศรษฐกิจไทย

“ประเทศไทย” เดินมาถึงจุดเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ ความท้าทายอันเกิดจาก Technology Disruption กำลังบีบให้ประเทศ ต้องเลือกระหว่างการหยุดนิ่งอยู่กับที่


“ประเทศไทย” เดินมาถึงจุดเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ ความท้าทายอันเกิดจาก Technology Disruption กำลังบีบให้ประเทศ ต้องเลือกระหว่างการหยุดนิ่งอยู่กับที่ แล้วถูกทิ้งไว้ข้างหลัง หรือการกระโดดไปข้างหน้าด้วยการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมที่เคยเป็นมา..

ล่าสุดความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ภายใต้ชื่อ AI for All Thais เป็นการจับมือกันของสามประสานผู้ทรงอิทธิพล คือ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น  จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE, กูเกิล (Google) ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีระดับโลก และกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมเครือข่ายมหาวิทยาลัยชั้นนำกว่า 20 แห่ง ทั่วประเทศ ได้ประกาศวาระแห่งชาติครั้งสำคัญ เพื่อปั้นคนไทยให้มีทักษะปัญญาประดิษฐ์ (AI) สูงถึง 20 ล้านคน ภายในระยะเวลาอันสั้น

เป้าหมายใหญ่ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การสอนให้คนไทยรู้จักว่า AI คืออะไร แต่เป็นยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเพื่อพาประเทศหลุดพ้นจาก “กับดักรายได้ปานกลาง” ที่ฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยมาหลายทศวรรษ..!!

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ชี้ให้เห็นถึงแผลกดทับที่สำคัญว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับการขาดแคลนบุคลากรด้าน AI ระดับผู้เชี่ยวชาญสูงถึง 80,000 คน หากไม่มีการแก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วน ไทยจะไม่สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้เลย กระทรวง อว. จึงวางยุทธศาสตร์ 4 ปี ภายใต้แนวคิด AI for Life Long Learning โดยนำระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เข้ามาทลายกำแพงการศึกษาแบบเดิมๆ เปิดโอกาสให้คนวัยทำงานและประชาชนทั่ว ไปสามารถเข้ามาเรียนรู้ “อัพสกิล” และ “รีสกิล” ด้าน AI สะสมหน่วยกิตไว้ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องกลับไปเสียเวลาเรียนหลักสูตรปริญญาตรีใหม่ทั้งหมด

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ ยุทธศาสตร์ภาครัฐในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ ด้วยการงัดไม้เด็ดอย่าง ข้อมูลเฉพาะถิ่น (Unique Data) ของประเทศไทย มาเป็นสิ่งจูงใจไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเชิงลึกด้านโรคเขตร้อน ระบบการดูแลสุขภาพและ Wellness ที่เป็นเลิศข้อมูลภาคการเกษตรกรรมที่หลากหลายตลอดจนมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่มีความจำเพาะ

ข้อมูลเหล่านี้คือขุมทรัพย์ล้ำค่าที่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกกำลังเสาะแสวงหาเพื่อนำไปเทรน AI ซึ่งจะช่วยดึงดูดให้เกิดการตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ขึ้นภายในประเทศไทย

“ซิกเว้ เบรกเก้” ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม TRUE สะท้อนว่าแม้สถิติคนไทย จะใช้เวลากับอินเทอร์เน็ตสูงกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน ติดอันดับต้นๆ ของโลก แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นการใช้งานเพื่อความบันเทิงและการเสพคอนเทนต์ การนำ AI มาใช้จริงในฐานะเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน  (Productivity) ยังอยู่ในวงจำกัด

TRUE จึงประกาศขับเคลื่อนโครงการผ่านศูนย์นวัตกรรม CP-CoE ณ True Digital Park ตั้งเป้าเปลี่ยนคนไทย 12 ล้านคน ให้ใช้งาน AI ได้จริงและกระทรวง อว. ได้ท้าทายเพิ่มเป้าหมายเป็น 20 ล้านคน โดยเริ่มขับเคลื่อนจากภายในองค์กรของทรูเอง ที่ตั้งเป้าให้พนักงาน 50% เป็นผู้เชี่ยวชาญ AI เพื่อให้แผนงานนี้เกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่หลักการในกระดาษ TRUE และเครือข่ายมหาวิทยาลัย จึงได้ร่วมกันออกแบบหลักสูตร ที่จับต้องได้และแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะอย่างชัดเจน ระยะแรกคือ AI First Citizen มุ่งสร้างพื้นฐานการตระหนักรู้ผ่าน Gemini Academy

ขณะเดียวกัน Google ที่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญระดับโลก เน้นย้ำพันธกิจ Leave No Thai Behind ด้วยการประกาศแผนลงทุนมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท) ในการสร้าง Data Center และ Cloud Region ขึ้นในกรุงเทพมหานคร การลงทุนนี้ถูกคาดการณ์ว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทยสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท และเกิดการจ้างงานในระบบเฉลี่ยถึง 130,000 ตำแหน่งต่อปี เป็นการวางรากฐานทางเทคโนโลยี ที่มั่นคงในส่วนของเครื่องมือการเรียนรู้ Google ได้ส่งเสริมการใช้ NotebookLM เพื่อเป็นผู้ช่วยชี้แนะการเรียน ควบคู่กับการปล่อยหลักสูตร AI Literacy & Safety Modules เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันไซเบอร์ให้เยาวชน

โครงการ AI for All Thais ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การฝึกอบรมระยะสั้นแต่มันคือการวางรากฐาน “โครงสร้างพื้นฐานมนุษย์” ครั้งใหญ่สุดครั้งหนึ่งของไทย เป็นการประสานพลังอย่างไร้รอยต่อระหว่างนโยบายที่ยืดหยุ่นของภาครัฐ ความเชี่ยวชาญและการเข้าถึงผู้บริโภคของภาคเอกชนไทย และเทคโนโลยีระดับโลก (Google)

หากแผนการสร้างคนไทยที่มีทักษะ AI จำนวน 20 ล้านคนประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ประเทศไทยจะไม่เป็นเพียงแค่ผู้บริโภคเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่จะก้าวขึ้นสู่การเป็น “ผู้สร้าง” และสลัดหลุดจากกับดักรายได้ปานกลาง สู่การเป็น เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอย่างยั่งยืนในที่สุด

Back to top button