พาราสาวะถี

อุตส่าห์ออกเอกสารชี้แจงยืนยันความถูกต้อง โปร่งใส ต่อกระบวนการจัดสอบสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น


อุตส่าห์ออกเอกสารชี้แจงยืนยันความถูกต้อง โปร่งใส ต่อกระบวนการจัดสอบสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น แต่สุดท้าย อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็ลงนามคำสั่งย้าย ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือ สถ. ไปนั่งตบยุงประจำกระทรวงมหาดไทยเป็นการชั่วคราว และปฏิบัติหน้าที่ตามที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย ซึ่ง ไม่ได้หมายความว่านี่เป็นการลงโทษเพราะเรื่องที่ปรากฏพบความผิดจริง

แต่เป็นการย้ายเพื่อไม่ให้ถูกครหาว่า อธิบดี สถ.จะไปยุ่งเหยิง หรือทำให้กระบวนการตรวจสอบที่กำลังดำเนินไปเวลานี้ ของพนักงานสอบสวนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช. และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบหรือ บก.ปปป. ติดขัด มีปัญหา กรณีนี้แอ็กชันของ อนุทิน ชาญวีรกูล ทำได้อย่างเดียวคือ ประกาศให้จัดการเด็ดขาด ไม่ไว้หน้า และลากคอพวกกระทำผิดมาลงโทษให้ได้ ตั้งแต่ลิ่วล้อไปจนถึงตัวการใหญ่

การเกิดเรื่องราวเช่นนี้ มันทำให้คนมองด้วยความเคลือบแคลงขนาดการสอบที่ต้องวัดกันด้วยความรู้ ความสามารถยังมีช่องทางทำมาหากิน เรียกรับกันถึงหลัก 7-8 แสนบาท แล้วการโยกย้ายต่าง ๆ ในแต่ละระดับจะไม่วิ่งเต้นควักกันก้อนโตอย่างนั้นหรือ เอาแค่กรณีทุจริตสอบท้องถิ่นหนนี้มีการตีมูลค่าของ เม็ดเงินที่คนอยากเป็นข้าราชการต้องจ่ายถึง 4,500 ล้านบาท เป็นการฉายภาพให้เห็นว่าทุกตำแหน่ง ทุกเก้าอี้มีต้นทุนที่ต้องจ่าย นั่นจึงเป็นเหตุให้เสี่ยหนูในฐานะมท.1 ต้องสะสางเรื่องนี้ให้กระจ่างโดยเร็ว

จะเรียกว่าต้องกวาดบ้านคลองหลอดให้สะอาดคงจะไม่ผิดนัก แต่ปุจฉาตัวโตคือจะทำกันได้อย่างไร ในเมื่อการแต่งตั้งโยกย้ายในช่วงรัฐบาลอายุสั้น ได้ทำให้เห็นภาพของการส่งคนที่ไว้วางใจ เด็กในคาถาทั้งส่วนของเสี่ยหนูและบ้านใหญ่บุรีรัมย์ เพื่อเข้าไปจัดการการเลือกตั้งให้เป็นไปตามที่วางเป้าหมายไว้ รายของอธิบดี สถ.ที่ถูกเด้งก็เช่นเดียวกัน เพิ่งย้ายกันในช่วงเวลาดังว่า ดังนั้น วันนี้นอกจากจะต้อง กระชากหน้ากากตัวการใหญ่ในขบวนการทุจริตหนนี้ ถ้าจัดการกันไม่ได้อาจมีข้อเรียกร้องไปถึงความรับผิดชอบจากผู้ที่เป็นรัฐมนตรีว่าการด้วย

หากไปถึงตรงนั้น คงคาดเดาคำตอบได้ไม่ยาก ไม่ต่างจากกรณี “ลูกนก” ไชยชนก ชิดชอบ ที่ถูกจี้ถามถึงความรับผิดชอบหากโครงการ TH-AI passport มีปัญหา รีบชิ่งทันทีว่ารัฐมนตรีดูแลในระดับบริหาร เรื่องความถูกผิดเป็นสิ่งที่ผู้รับนโยบายไปปฏิบัติจะต้องรับผิดชอบ ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน เห็นแนวทางการให้สัมภาษณ์ของคนจากพรรคสีน้ำเงิน และฝ่ายข้าราชการประจำแล้ว ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน ส่วนหนึ่งที่ทำให้นำไปสู่การร้องเรียน และจับกุมผู้กระทำผิด มาจากการสั่งการอย่างเอาจริงเอาจังของเสี่ยหนูต่อความสุจริตในการสอบคัดเลือกข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยนั่นเอง

เล่นการเมืองแบบติ๊ดชึ่ง ปลาไหลใส่สเก็ต ลีลาความพลิ้วไหวไม่มีใครเกินคนพรรคสีน้ำเงินอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน ก็มีการตั้งข้อสังเกตต่อข่าวการทุจริตสอบท้องถิ่นในครั้งนี้ ที่เห็นกันอยู่ถ้าดูจากขั้นตอนของการจัดสอบที่ว่าจ้าง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด เรื่องความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยน่าจะมีอยู่ในระดับหนึ่ง ถ้ากระบวนการดำเนินไปโดยชอบ และผลการสอบที่อยู่ในความรับผิดชอบไม่มีอะไรผิดไปจากข้อเท็จจริง ส่วนนี้ถือว่าทุกอย่างโปร่งใส

แต่กรณีของกลุ่มผู้กระทำผิดที่ตรวจพบ ถ้าวิธีการทำที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดหลักฐานต่าง ๆ พร้อมมีพยานยืนยัน แล้วปรากฏว่าผลการสอบที่ประกาศออกไปไม่ตรงกับคะแนนที่ทางมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒดูแลอยู่ ตรงนั้นแหละที่จะไปฉายภาพให้เห็น ขบวนการหากินภายในของ สถ. ไม่ว่าจะตัว ผู้อำนวยการ “พ” หรือบุคคลที่มีฐานะใหญ่โตกว่านั้น ถ้าสามารถยืนยันได้ว่ามีการทุจริตจริง สิ่งที่จะเป็นความยุ่งยาก วุ่นวายตามมาคือ ผู้ที่ได้รับการบรรจุให้เป็นข้าราชการจากการสอบครั้งนี้จะทำอย่างไร และคงต้องตรวจสอบย้อนหลังไปอีกหลายปี หากมีแก๊งที่หากินกับเรื่องแบบนี้แสดงว่าที่ผ่านมาก็น่าจะมีกรณีไม่สุจริตเช่นกัน

การแก้เกมต่อเรื่องฉาวโฉ่ที่ถาโถมใส่รัฐบาล ต้องยอมรับกันว่ามีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของข้อมูลเพื่อที่จะจัดการกับฝ่ายตรวจสอบครบครัน เห็นได้จากกรณีของ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนที่ไล่บี้โครงการ TH-AI passport จนทำท่าว่าจะต้อนให้ลูกนกและคณะจนมุม สุดท้ายเจ้าตัวกลับถูกกล่าวหาจากทางดีเอสไอ มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายธุรกิจซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่ดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือ Forex

แม้ พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรียุติธรรมจะยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องทางการเมือง ใครจะเชื่อเช่นนั้น ในแง่คดีความก็ว่ากันไปตามขั้นตอน ฝ่ายกล่าวหามีข้อมูลก็ดำเนินการตามกฎหมาย ฝ่ายถูกดำเนินการก็ต้องหักล้างข้อกล่าวหา ถือเป็นกระบวนการปกติ แต่มันก็ทำให้เห็นว่าสามารถเบี่ยงเบนความสนใจ ลดความร้อนแรงของกระแสที่พุ่งเป้าใส่ลูกชายอาจารย์ใหญ่พรรคสีน้ำเงินได้ เป็นที่รู้กันว่าในพรรคสีน้ำเงินนั้น มีทีมที่มอนิเตอร์สื่อ และตอบโต้ข่าวลบโดยเฉพาะ ไม่เพียงแต่อดีตคนในวงการที่ถูกดึงไปร่วมงานเท่านั้น คนที่อยู่ในวงการซึ่งได้รับการดูแลก็เป็นหูเป็นตา และเป็นมือไม้ที่ช่วยอุ้มสม เช่นกัน

อรชุน

Back to top button