
BA รุกคืบอู่ตะเภา.!
ระหว่างนั่งเท้าคางรอโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) หรือ “ไฮสปีด 3 สนามบิน” ว่ากลุ่มซีพีจะไปต่อหรือพอแค่นี้ หรือจะมีการแก้ไขสัญญา ซึ่งยังไม่ชัดว่าจะออกรูปไหน..??
ระหว่างนั่งเท้าคางรอโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) หรือ “ไฮสปีด 3 สนามบิน” ว่ากลุ่มซีพีจะไปต่อหรือพอแค่นี้ หรือจะมีการแก้ไขสัญญา ซึ่งยังไม่ชัดว่าจะออกรูปไหน..??
แต่ที่ไปต่อไม่รอแล้ว คงเป็นโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) เห็นได้จากการที่บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA เตรียมใส่เงินเพิ่มทุนให้กับ UTA จำนวน 2,000 ล้านบาท ตามสัดส่วนการถือหุ้น 40% ภายในปี 2569 นี้
คงพอรู้กันใช่มั้ยว่า UTA เป็นบริษัทที่เกิดจากการผนึกกำลังกันของ BA, บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS และบริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON เพื่อดำเนินโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก โดยปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 15,000 ล้านบาท
แต่เนื่องจาก UTA มีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนโต ในการซื้อทรัพย์สินและเตรียมความพร้อมในการดำเนินโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบิน ทำให้ต้องเพิ่มทุนจดทะเบียนอีกรอบ จากจำนวน 15,000 ล้านบาท เป็น 20,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5,000 ล้านบาท
ทำให้นอกจาก BA ที่ต้องใส่เงินเพิ่มทุนแล้ว อีก 2 ค่าย BTS กับ STECON ก็ต้องลงขันใส่เงินเพิ่มทุนเข้ามาด้วย โดย BTS คาดใส่เงินเพิ่มทุนราว 2,000 ล้านบาท ตามสัดส่วนการถือหุ้นที่ 40% ในขณะที่ STECON ถือหุ้น 20% ก็ต้องใส่เงินเพิ่มทุนราว 1,000 ล้านบาท
การเพิ่มทุนของ UTA รอบนี้ ก็ชัดเจนว่าจะเดินหน้าโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก แม้เงื่อนไขก่อนหน้านี้ผูกปมไว้ว่า หากรถไฟเชื่อม 3 สนามบินไม่มา สนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบิน ซึ่งเป็นโครงการคู่ขนานก็ไปต่อไม่ได้…
แต่ล่าสุด UTA ได้ปลดล็อกเงื่อนไขดังกล่าวไปแล้ว โดยจะพัฒนาโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบิน ภายใต้เงื่อนไขไม่รอรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน หลังจากปล่อยให้โครงการนี้ล่าช้ามากว่า 5 ปีแล้ว
แหม๊…ขืนรอรถไฟเชื่อม 3 สนามบินอีกละก้อ ไม่รู้ชาติไหนจะได้ก่อสร้าง..?? ว่ามั้ย..??
โดยเมื่อปลายเดือน มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา UTA เพิ่งได้ใบเบิกทางจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เป็นหนังสือแจ้ง (Notice to Proceed หรือ NTP) ให้เริ่มงาน นับหนึ่งในวันที่ 3 เม.ย. 2569 ซึ่งจะใช้เวลาก่อสร้างราว 4 ปี หรือแล้วเสร็จในปี 2573
UTA จะคิกออฟจากการลงทุนก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 โดยเฟสแรกของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา จะรองรับปริมาณผู้โดยสารได้ 3-4 ล้านคนต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มการเดินทางจริงหลังเกิดวิกฤตโควิด-19 เนื่องจากปัจจุบันสนามบินอู่ตะเภามีผู้โดยสารประมาณ 3-4 แสนคนต่อปีเท่านั้น
และเมื่อมีปริมาณผู้โดยสารใช้บริการเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับ 80% ของเฟสแรก ทาง UTA ก็จะลงทุนขยายการรองรับผู้โดยสารเพิ่มเติมในเฟสถัด ๆ ไป เป็น 6 ล้านคน, 10 ล้านคน หรือ 12 ล้านคน ตามลำดับ ภายใต้การรองรับผู้โดยสาร 60 ล้านคนในสัญญาระยะเวลา 50 ปี
ถือเป็นโครงการใหญ่ที่ BA แอนด์เดอะแก๊งรอคอยอยู่..!!
ซึ่งถ้าเป็นไปตามแผน…โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาคงสร้างรายได้ให้กับกลุ่มนี้ได้ไม่มากก็น้อยอ๊ะนะ…
เอาเป็นว่า ในขณะที่รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินยังไร้อนาคต…แต่กลุ่ม UTA กำลังเดินหน้าสุดซอยกับโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบิน
ก็หวังว่าจะไม่มีเหตุเภทภัยอันใด…มาทำให้โครงการนี้ต้องสะดุดไปอีกล่ะ…
ขออย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย..!!
…อิ อิ อิ…