
SIRI ปลดล็อกคอนโดเลี้ยงสัตว์
ถ้าพูดถึงเมกะเทรนด์ Pet Humanization หรือเรียกอีกอย่างว่า “Pet Parents” การเลี้ยงสัตว์เป็นลูกเสมือนสมาชิกในครอบครัว
ถ้าพูดถึงเมกะเทรนด์ Pet Humanization หรือเรียกอีกอย่างว่า “Pet Parents” การเลี้ยงสัตว์เป็นลูกเสมือนสมาชิกในครอบครัว นอกจากจะทำให้ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตก้าวกระโดดแล้ว พิสูจน์ทราบได้จากผลประกอบการของ 2 หุ้นอาหารสัตว์เลี้ยงอย่าง บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC และบริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ AAI ที่เติบโตในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
เทรนด์ Pet Humanization ยังกลายเป็นโอกาสของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วยนะ..ที่ผ่านมาจึงเห็นอสังหาฯ หลาย ๆ ค่ายปรับตัวหันมาพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะคอนโดมีเนียม เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่นิยมเลี้ยงสัตว์เสมือนลูก หรือกลุ่มทาสหมา-แมวนั่นเอง
หนึ่งในนั้นคือบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ล่าสุดเตรียมเปิดโครงการใหม่ที่ชื่อ พินน์ เกษตร (PYNN Kaset) มูลค่าโครงการ 250 ล้านบาท
เห็นได้ชัดว่า การเปิดโครงการใหม่ของ SIRI ครั้งนี้ นอกจากจะชูจุดขายเรื่องทำเลทอง Real Demand เดินทางถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพียง 660 เมตร ใกล้ BTS สถานี ม.เกษตรฯ และสถานีเสนานิคม ครบครันด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์อย่าง เซ็นทรัล ลาดพร้าว และเมเจอร์ รัชโยธิน
และเรื่องความปลอดภัยขั้นสุด ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยเหนือระดับ ตั้งแต่ประตูทางเข้าโครงการแบบ Gate เต็มรูปแบบ ผสานการใช้ระบบสแกนใบหน้า (Face Scan) ก่อนเข้าอาคาร และเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ LIV-24 ตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว
อีกไฮไลต์สำคัญยังเป็นคอนโดที่เลี้ยงสัตว์ได้..!! ซึ่งคงถูกใจทาสหมา-แมว สุด ๆ
ด้านราคาขายเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ยที่ 98,000 บาทต่อตารางเมตร เน้นเจาะกลุ่มนักศึกษา คนทำงาน และนักลงทุน โดยจะเปิดชมโครงการจริงในเดือน ส.ค. 2569 นี้
ก็น่าสนใจนะ อันดับแรก จะช่วยขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มใหม่ ๆ เจาะกลุ่มตลาดเฉพาะ (Niche Market) ทำให้มีโอกาสขายได้มากขึ้น
ถัดมาช่วยปลดล็อกข้อจำกัดของคอนโดมิเนียม ซึ่งเดิมมักห้ามไม่ให้เลี้ยงสัตว์ภายในห้องพัก ทำให้คนรักษ์สัตว์ส่วนใหญ่มักจะแอบเลี้ยงกันในคอนโดฯ
ขณะเดียวกัน คงเป็นหนึ่งในมาตรการประคองตัวในช่วงสถานการณ์ตลาดอสังหาฯ ตกอยู่ในภาวะคับขัน จากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ฉุดให้กำลังซื้อหดหาย แล้วไหนจะมาเจอแบงก์เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อบ้านซ้ำเติมอีก ไม่เท่านั้น มาตรการรัฐที่หวังกระตุ้นตลาดอสังหาฯ อย่างมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองก็กำลังจะหมดสิ้นเดือน มิ.ย 2569 นี้ ซึ่งจะต่อหรือเปล่า ยังไม่มีความชัดเจน ครั้นจะหวังพึ่งลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มคนจีน ก็ยังไม่กลับมาเท่าที่ควร
ทำให้ SIRI และอีกหลาย ๆ ค่ายต้องหันมาหากิน…อุ๊ย โฟกัสกลุ่มทาสหมา-ทาสแมวไปพลาง ๆ ก่อน
ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่าคนกลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูง และพร้อมที่จะจ่ายหากมีสภาพแวดล้อมที่รองรับสัตว์เลี้ยง เข้าทำนองคนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ นั่นแหละ…
ส่วนถามว่าเทรนด์นี้จะยั่งยืนแค่ไหน..?? ก็ตราบใดที่หมา-แมว ยังเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัว ก็มีโอกาสโตได้อีกเรื่อย ๆ…
ส่วนถามว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะฟื้นกี่โมง..?? อันนี้ต่อให้เป็นกูรูด้านอสังหาฯ ก็คงตอบคำถามนี้ไม่ได้หรอกมั้ง..??
แต่ข้อดีของหุ้นกลุ่มอสังหาฯ ส่วนใหญ่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลค่อนข้างสูง อย่าง SIRI ดิวิเดนด์ยีลด์ 2 ปีย้อนหลังทะลุ 10% โดยล่าสุดยีลด์อยู่ที่ 9.08% เชียวหนา…
หุ้นกลุ่มอสังหาฯ จึงอาจไม่เหมาะกับสายเก็ง (เก็งกำไร)…แต่จะเหมาะกับสายปัน (ถือรับปันผล) มากกว่า..!?
…อิ อิ อิ…