ทุบหุ้นเละอีกแล้ว

สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมากำลังขึ้นดีอยู่แล้วเชียว! แต่วานนี้กลับโดนถล่มเหมือนคนไม่มีเยื่อใย จนดัชนีลงมายืนปิดที่ระดับ 1,604.13 จุด ลบไป 12.75 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.18 หมื่นล้านบาท


สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมากำลังขึ้นดีอยู่แล้วเชียว! แต่วานนี้กลับโดนถล่มเหมือนคนไม่มีเยื่อใย จนดัชนีลงมายืนปิดที่ระดับ 1,604.13 จุด ลบไป 12.75 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.18 หมื่นล้านบาท แถมในระหว่างวันยังหลุดแนวรับสำคัญทางจิตวิทยา 1,600 จุดอีกครั้ง และยังเป็นครั้งที่ 3 ที่ดัชนีทำท่าจะยืนเหนือระดับดังกล่าวไม่ได้แบบนี้..อีฉันตอบตามตรงว่า เซ็งเป็ดอย่างไม่ต้องสงสัยนะจะบอกให้

ที่สำคัญคือ ปัจจัยพื้นฐานของหุ้นหลายตัวยังแข็งแกร่ง และยังมีเรื่องหุ้นเทคช่วยดันดัชนี รวมทั้งภาพรวมเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังก็ยังดูดี “โมนิก้า” เลยไม่เข้าใจเหตุผลที่นักลงทุนสถาบันทุบหุ้น ทั้งไม่มีลางบอกเหตุร้ายแม้แต่นิดเดียว ผนวกกับบรรดา “ป๊อบเทรด” และ “ต่างชาติ” เพิ่งซื้อหุ้นไทยรวมกันมากถึง 1.60 หมื่นล้านบาทแบบนี้ อีฉันถึงมองว่า สถานการณ์ตรงนี้ไม่ปกติแล้วนะตัวเอง

เรื่องนี้ทำให้ “โมนิก้า” กลับมากังวลว่า ดัชนีอาจอ่อนตัวลงมายังแนวรับเดิมที่บริเวณ 1,582 จุด และหากยืนไม่อยู่เหมือนรอบก่อน ๆ ก็มีสิทธิ์ลงไปตั้งไข่ที่บริเวณ 1,540 จุด ซึ่งเป็นภาพที่อีฉันไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย แต่ถ้าเกิดเป็นจริงเหมือนที่กังวล น่าจะเป็นจังหวะของการช้อนหุ้นเหมือนเที่ยวก่อน ซึ่งทำให้อีฉันต้องเฟ้นหาหุ้นที่น่าซื้อสะสมเมื่ออ่อนตัวลงมา ขณะเดียวกันก็ต้องตามดูหุ้นที่สามารถบวกสวนด้วยนะจ๊ะ

รายแรกที่น่าตามดูเหลือเกิน เพราะเป็นหุ้นไม่กี่ตัวที่บวกได้เรื่อย ๆ แม้วานนี้ตลาดหุ้นจะร่วงแรง แต่หุ้นตัวท็อปอย่าง TIDLOR ยังขึ้นมายืนอยู่ที่ระดับ 19.60 บาท บวกไป 0.10 บาท หรือขึ้นไป 0.51% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 558 ล้านบาท  แถมโบรกเกอร์ให้ราคาเป้าหมายที่ระดับ 24 บาทในเบื้องต้น และให้ราคาสูงสุดที่ระดับ 27 บาท น่าจะเป็นแรงผลักดันให้หุ้นไปต่อ ผนวกกับเรื่องงบไตรมาส 2 ที่ใกล้จะประกาศแบบนี้..มีลุ้นวิ่งยาวค่ะ

รายถัดมาที่ “โมนิก้า” ให้ความสนใจมานาน และยังชอบเหลือบดูเป็นระยะ คงต้องยกให้หุ้น TOP ซึ่งหลายคนยังเชื่อว่า กำไรไตรมาส 2 น่าจะออกมาดี ขณะเดียวกันยังเรื่องราคาเป้าสูงสุดที่โบรกเกอร์ให้ไว้บริเวณ 73 บาทเป็นแบ็กอัพ อีฉันถึงมองว่า ไต่ระดับของหุ้นวานนี้ไปที่ระดับ 53 บาท ก่อนจะย่อตัวลงมาปิดที่ระดับ 52.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 863 ล้านบาท มันตีความได้อย่างเดียวว่า มีคนเก็บของพะยะค่ะ

ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องตั้งคำถามกับแฟนคลับว่า หุ้นโรงหมออย่าง BDMS น่าเล่นยาวไหม? ผนวกกับภาพที่เห็นใช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีแรงซื้อเข้ามาเป็นระลอก จนราคาหุ้นเริ่มขยับจากฐาน 18.20 บาทขึ้นไปทำไฮที่ระดับ 20.10 บาท ซึ่งเชื่อว่าโครงการ “WellEra” จะเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการบุกตลาดสุขภาพระดับโลก พร้อมกับให้ราคาเป้าหมายที่บริเวณ 24 บาทแบบนี้..น่าซื้อไหมจ๊ะ

ส่วนรายที่ราคาหุ้นยังไม่ค่อยขยับสักเท่าไหร่ และยังติดอยู่ในวังวนของกรอบราคาเดิม “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้น OR เพื่อชี้ให้เห็นภาพรวมของธุรกิจยังไม่นิ่งเท่าที่ควร ส่งผลให้หุ้นยังอยู่ในกรอบ 12-13 บาทเป็นเวลานานถึง 4 เดือนแบบนี้ อีฉันถึงมองการยืนปิดที่ระดับ 12.70 บาท ลบไป 0.10 บาท หรือขึ้นไป 0.78% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 274 ล้านบาท ท่ามกลาง PE 16 เท่าเป็นระดับที่มีความเสี่ยงต่ำ และเหมาะต่อการลงทุนก็เท่านั้นเอง

ปิดท้ายที่ท่าทีของ ก.ล.ต. ภายใต้การกุมบังเหียนของคุณพี่ “พรอนงค์” กันดีกว่า! เพราะดูเหมือนสื่อต่าง ๆ กำลังเค้นคำตอบจากปากคุณพี่กันจ้าละหวั่น! แต่ดูเหมือนคำตอบที่ได้จะเป็นการท่องเป็นแพทเทิร์นว่า “กำลังตรวจสอบ” ซึ่งไม่ช่วยให้สังคมหายสงสัย แถมยังทำให้ภาพลักษณ์ของสำนักงานแห่งนี้ดูไม่ดีเอาเสียเลย และยังต้องเจอกองทัพสื่อไล่บี้เพื่อเอาความจริงแบบนี้..อีฉันเลยไม่รู้ว่าจะเห็นใจใครมากกว่ากัน..ระหว่าง “สื่อ” “บมจ.” และ “ก.ล.ต.” นะซี

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button