PTTGC กับยุทธศาสตร์ Holistic Optimization

ยุคที่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและพลังงานทั่วโลก ต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาวัตถุดิบ และความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว


ยุคที่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและพลังงานทั่วโลก ต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาวัตถุดิบ และความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การปรับตัวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ล่าสุดบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC หนึ่งในผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล ประกาศเดินหน้ายุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ ภายใต้แนวคิด Holistic Optimization หรือ การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานแบบองค์รวม โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง เข้ามาขับเคลื่อนและเชื่อมโยงกระบวนการทำงานแบบไร้รอยต่อ ตั้งแต่ “ต้นน้ำถึงปลายน้ำ” เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

“พรศักดิ์ มงคลตรีรัตน์” ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจเพื่อความเป็นเลิศ PTTGC ตอกย้ำว่า บริษัทมุ่งมั่นที่ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างธุรกิจที่มีความบูรณาการสูงหรือ Integrated Value Chain ถือเป็นจุดแข็งสำคัญขององค์กร เนื่องจาก PTTGC มีโรงงานครอบคลุม ตั้งแต่โรงกลั่นน้ำมัน-โรงอะโรเมติกส์-โรงโอเลฟินส์ จนถึงโรงปิโตรเคมีขั้นกลางและโรงโพลิเมอร์

การมีห่วงโซ่อุปทานเชื่อมโยงกันเช่นนี้ทำให้ผลิตภัณฑ์จากหน่วยผลิตหนึ่งสามารถส่งต่อเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบให้กับอีกหน่วยผลิตหนึ่งได้ต่อเนื่อง การทำ Holistic Optimization จึงเป็นการเข้ามาอุดช่องว่างและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการวัตถุดิบ การผลิตและการตลาดให้มีความยืดหยุ่นสูงสุด

เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายดังกล่าว PTTGC วางกลยุทธ์ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด Digital 3 Smarts ประกอบด้วย 3 เสาหลักสำคัญที่จะเข้ามาเปลี่ยนผ่านกระบวนการทำงานขององค์กรในทุกมิติ เสาหลักแรก Smart Plant หรือการพัฒนาโรงงานอัจฉริยะ ผ่านโครงการ Plant-Wide Optimization ที่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแบบบูรณาการร่วมกัน ทั้ง Complex ควบคู่กับการนำระบบ Preventive Maintenance หรือการซ่อมบำรุงเชิงรุกด้วยเทคโนโลยี AI และ IoT เข้ามาปรับใช้ ทำให้บริษัทสามารถคาดการณ์ความเสียหายของเครื่องจักรล่วงหน้า ลดความเสี่ยงในการหยุดชะงัก ของกระบวนการผลิต และช่วยรักษามาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานให้อยู่ในระดับสูงสุด

เสาหลักที่สอง Smart Sales & Marketing การยกระดับการขายและการตลาดสู่ยุคดิจิทัล โดย PTTGC ปรับเปลี่ยนบทบาทของตัวเอง จากเดิมเป็นเพียงผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ ก้าวสู่การเป็น Total Solution Provider หรือผู้ให้บริการโซลูชันแบบครบวงจร ผ่านแนวคิด Market-Focused Business Transformation (MFBT) เน้นความร่วมมือกับลูกค้าและพันธมิตร เพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง นอกจากนี้ยังนำ AI เข้ามาช่วยทำ Price Forecast & Customer Analytics วิเคราะห์แนวโน้มราคาและพฤติกรรมลูกค้า ช่วยให้ตัดสินใจเชิงพาณิชย์ได้อย่างแม่นยำ และสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุดจากยอดขายในทุกคำสั่งซื้อ

เสาหลักที่สาม Smart Work Process เป็นการมุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพของบุคลากร บริษัทได้ทำการทบทวนและปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในองค์กรให้มีความคล่องตัวหรือ Lean ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และนำเครื่องมือ Generative AI เข้ามาประยุกต์ใช้เป็นผู้ช่วยดิจิทัลของพนักงาน ช่วยลดภาระงานเอกสารหรืองานรูทีน ทำให้พนักงานสามารถนำเวลาและศักยภาพที่มีไปทุ่มเทให้กับการทำงานเชิงกลยุทธ์และการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ที่มีคุณค่าสูงกว่าให้แก่บทบาทหน้าที่ของตนเอง ซึ่งถือเป็นการยกระดับ People Productivity ขององค์กรในภาพรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกเหนือจากการปรับปรุงกระบวนการภายในแล้ว ความมั่นคงทางด้านวัตถุดิบยังเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญ โดยโครงการ Olefins Feedstock Security (OFS) หรือโครงการนำเข้าอีเทนจากประเทศสหรัฐฯ จำนวน 4 แสนตันต่อปี ภายในปี 2572 นั้น ปัจจุบันยังคงมีความคืบหน้าและดำเนินงานได้ตามแผน การนำเข้าวัตถุดิบราคาแข่งขันจากต่างประเทศในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในห่วงโซ่อุปทาน ลดการพึ่งพาแหล่งวัตถุดิบเพียงแหล่งเดียว และสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนให้การทำ Holistic Optimization บรรลุผลสำเร็จได้เร็วยิ่งขึ้น

จากเป้าหมายและแผนงานทั้งหมด PTTGC ตั้งเป้าหมายทางการเงินที่ท้าทายด้วยการวางเป้ายกระดับกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายฯ (EBITDA) เพิ่มขึ้น 300 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2573 โดยกำหนดให้ปี 2568 เป็นปีฐานสำหรับการวัดผล..

การก้าวเดินอย่างมั่นคงด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ PTTGC สามารถผ่านพ้นความท้าทายปัจจุบันไปได้เท่านั้น แต่จะเป็นรากฐานสำคัญกับการเปลี่ยนผ่าน องค์กรสู่ผู้นำทางธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับโลกที่มีความยืดหยุ่น แข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน..!!!

Back to top button