
ลาก่อนทองกระดาษ!
วันนี้ “โมนิก้า” ขอเม้าท์มอยสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยสั้น ๆ เพราะตลาดหุ้นไทยคงวนเวียนอยู่แถวนี้อีกพักใหญ่ ๆ
วันนี้ “โมนิก้า” ขอเม้าท์มอยสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยสั้น ๆ เพราะตลาดหุ้นไทยคงวนเวียนอยู่แถวนี้อีกพักใหญ่ ๆ ซึ่งเป็นผลมาจากนักลงทุนกลุ่มต่าง ๆ อยู่ในช่วงประลองกำลังซื้อขายที่บริเวณ 1,650 จุดให้สะเด็ดน้ำเสียก่อน เพื่อจะได้รู้ว่า ตลาดหุ้นพร้อมที่จะเดินหน้าเหมือนที่ประเมินกันไว้หรือเปล่า? ส่งผลให้การยืนปิดที่ระดับ 1,646 จุด บวกไป 6.96 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 9.34 หมื่นล้านบาท..ไม่ใช่เรื่องที่ซีเรียส (หากยืนเหนือ 1,621 จุดได้อยู่) พะยะค่ะ
ส่วนเรื่องที่สนใจจริง ๆ คงเป็นกระแสข่าวในตลาดทองคำที่ร้อนยิ่งกว่าผัดฉ่าเมืองกาญฯ ซึ่งทำให้ “โมนิก้า” อยู่เฉยไม่ได้! โดยเฉพาะข่าวเขย่าขวัญสั่นประสาทที่ว่า พี่ใหญ่จีนออกมาประกาศห้ามเทรดทอง! ทำเอาแมงเม่าตื่นตูมวิ่งพล่านกันเป็นแถว เพราะทุกคนรู้ดีว่า จีนเป็นประเทศที่มีการเทรดทองคำเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก..ถ้าพี่จีนล้างมือในอ่างทองคำขึ้นมา มีหวังตลาดทองโลกได้ทรุดฮวบแน่ ๆ เจ้าค่ะ
แต่ช้าก่อน!… ระดับ “โมนิก้า” มาทั้งที ต้องชวนมา “แกะรอย-เจาะลึก” ให้เห็นเนื้อในกันชัด ๆ ว่า ที่ลือกันเป็น “เรื่องจริง” หรือแค่ “ข่าวปั่น” จึงขอเล่าให้ฟังตรงนี้เลยว่า ประเทศจีนไม่ได้แบนทองคำทั้งหมด และอย่าตื่นตูมโยนทองทิ้ง เพราะสิ่งที่ทางการจีนสั่งเบรกจนหัวทิ่ม มันคือบางโปรดักต์ที่เสี่ยงเกินเบอร์ต่างหาก และสิ่งที่ทางการจีนแจกใบแดงสั่งห้ามแบบเด็ดขาดคือ ทองคำกระดาษ (Paper Gold) นะคะ
พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ พวกที่เทรดทองแบบ Margin ผ่านธนาคารพาณิชย์ยักษ์ใหญ่อย่าง “ICBC” หรือ “Ping An Bank” โดยนักลงทุนรายย่อยควักเงินนิดเดียว แต่สามารถซื้อทองคำมูลค่ามหาศาลมาเก็งกำไรได้สบาย ๆ แถมการซื้อดังกล่าวไม่มีการส่งมอบทองคำจริง หน่วยงานกำกับดูแลของจีนเลยเล็งเห็นว่า หากปล่อยให้รายย่อยเข้าไปตะลุยเก็งกำไรเกินตัว อาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่ตามหลังมาได้นะจ๊ะ
พร้อมกับมีการอธิบายให้เข้าใจด้วยว่า หากวันไหนที่ราคาทองสวิงแรงแบบคุมไม่ได้ วันนั้นแมงเม่าอาจล้มละลายหมดตัวกันเป็นแถว ซึ่งจะกลายเป็นโดมิโนที่กระทบต่อเสถียรภาพการเงินในประเทศ จึงจำเป็นต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม..ส่วนคนที่เป็น “สายออม” หรือเป็นนักลงทุน “สถาบัน” ก็สบายใจหายห่วง เพราะทางการจีนยังไฟเขียวให้เดินหน้าตามปกติ เพราะเป็นธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริงนะซี
ประเด็นนี้สรุปได้ง่าย ๆ คือ โปรแกรมออมทองที่ใช้วิธีสะสมเงินเพื่อไปแลกทองจริงในอนาคต อันนี้ทำได้ไร้กังวล หรือการลงทุนในกองทุนรวมทองคำ (Gold ETFs) ซึ่งเป็นการลงทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ที่มีทองคำจริงค้ำประกันก็ทำได้ ขณะที่ตลาดฟิวเจอร์ส ซึ่งเป็นตลาดของนักลงทุนขาใหญ่ และนักลงทุนสถาบันที่มีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์ ก็ยังเทรดได้ในระบบที่ควบคุมดูแลอย่างเข้มงวดนะจะบอกให้
น่าแปลกใจตรงที่ทางการจีนสั่งห้ามไม่ให้รายย่อยไปเสี่ยงตายกับทองกระดาษ แต่ฝั่งธนาคารกลางจีนกลับเดินหน้ากว้านซื้อทองคำเข้าสู่ระบบทุนสำรองระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง จนหลายคนมองการกระทำตรงนี้เป็นเกมลดการพึ่งพาดอลลาร์ และมุ่งสร้างความมั่นคงให้เงินหยวนแบบบูรณาการ ส่งผลให้ความต้องการทองคำจากจีนในภาพรวมไม่ได้หายไปไหนเลยค่ะ
งานนี้บอกได้คำเดียวว่า เรื่องที่จีนทำเป็นการจัดระเบียบ และสกัดกั้นการเก็งกำไรของรายย่อยในสนามที่เสี่ยงเกินตัวเท่านั้น! ไม่ใช่การคว่ำบาตรทองคำแต่อย่างใด และทำให้เม็ดเงินของนักลงทุนจีนเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยจากเดิมเคยซิ่งในสัญญากระดาษเป็นหลัก แต่หลังจากนี้จะเป็นการลงทุนในทองคำแท่ง และทองรูปพรรณแทน ซึ่งจะเป็นแรงส่งให้ความต้องการทองคำจริงในตลาดโลกทรงพลังขึ้นกว่าเดิม และทำให้เดดไลน์วันที่ 24 ก.ค. ไม่น่าจะมีอะไรรุนแรงหรอกค่ะ
โมนิก้าและทีมงาน