1,500 จุดตาย?

วันนี้อีฉันขอเปิดประเด็นด้วยสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุดในระดับสีแดง ซึ่งอาจทำให้เหล่านักลงทุนนั่งไม่ติดเก้าอี้


วันนี้อีฉันขอเปิดประเด็นด้วยสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุดในระดับสีแดง ซึ่งอาจทำให้เหล่านักลงทุนนั่งไม่ติดเก้าอี้ เพราะตัวเลขดัชนีที่ระดับ 1,500 จุด บนกระดานหุ้นในเวลานี้ มันไม่ใช่แค่ตัวเลขแนวรับทางเทคนิคธรรมดา ๆ อีกต่อไป แต่มันคือ “จุดตาย” และเป็นปราการด่านสุดท้ายที่จะชี้ชะตาว่า ตลาดหุ้นไทยจะรีบาวด์กลับขึ้นไป หรือจะถูกลากลงไปทำโลว์ใหม่เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในช่วงต้นปีที่ผ่านมาเจ้าค่ะ

จุดที่น่าสนใจคือ ในเชิงโครงสร้างทางเทคนิค การทดสอบแนวรับดังกล่าว ถือเป็นเส้นแบ่งความเป็นความตายของเทรนด์ใหญ่ หากดัชนีสามารถเด้งกลับที่บริเวณนี้ได้ น่าจะเกิดรูปการฟื้นตัวเพื่อสะสมพลังเดินหน้าขึ้นใหม่ และหากดัชนีทรุดตัวจนหลุดแนวรับโดยไม่มีแรงช้อนหุ้นเข้ามาเลย อาจได้เห็นแรงขายออกมาอย่างพรั่งพรู ซึ่งจะกดให้ดัชนีลงไปทดสอบแนวรับถัดไปที่ 1,480 จุด หรือลงลึกถึงระดับ 1,450 จุดนะจะบอกให้

ที่น่าสนใจคือ ช่วงนี้มีเรื่องเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ เข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวแปรการลงทุนเสียด้วย “โมนิก้า” เลยไม่แปลกใจที่ตลาดหุ้นทั่วโลกระส่ำระส่ายไปตามกัน เพราะไม่มีใครรู้ว่า คนบ้าอำนาจอย่าง “ทรัมป์” จะเกิดอุตริอะไรขึ้นมาอีก เดี๊ยนถึงอยากให้นักลงทุนประเมินการย่อตัวของดัชนี 5 วันติด พร้อมกับยืนปิดที่ระดับ 1,507.20 จุด ลบไป 11.39 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.57 หมื่นล้านบาท น่ากลัวจริงอะป่าว?

โดยเฉพาะในรายของ PTTEP หากดูตัวเลขกำไรไตรมาส 3 ที่ทำได้ 1.47 หมื่นล้านบาท ซึ่งเติบโตราว 16% และดันกำไรงวด 9 เดือนแรกแตะระดับ 5.37 หมื่นล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากปริมาณการขายปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้นตามการขยายพื้นที่ลงทุนและการบริหารต้นทุนต่อหน่วยที่ดีขึ้น แต่จุดสะดุดที่ทำให้ตลาดผิดหวังและเทขายออกมา กลายเป็นเรื่องกำไรต่ำกว่าคาด ราคาหุ้นถึงทรุดลงมาที่ 158 บาท ลบไป 7 บาท หรือลงไป 4.24% ด้วยมูลค่า 4.05 พันล้านบาทไงล่ะ

ประเด็นข้างต้นทำให้อีฉันอยากเม้าท์ถึงหุ้น BH ที่แสดงอาการขึ้นไม่ไหวในบางช่วงนั้น ไม่ได้แปลว่าพื้นฐานธุรกิจพัง! เพราะความแข็งแกร่งทางการเงิน และการจ่ายปันผลยังทำได้ดีเยี่ยม แต่เพราะตลาดกำลังรอจุดเปลี่ยนสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการกลับมาเติบโตอย่างโดดเด่นของฐานคนไข้ตะวันออกกลาง นักลงทุนที่สนใจจึงต้องอาศัยจังหวะย่อตัวสะสมระยะยาว  เลยทำให้ฐานเก่าที่บริเวณ 187 บาทน่าสนใจมาก ๆ จ้า

คล้ายกับสถานการณ์ของ PTTGC ที่อยู่ในโซน “Deep Value”(ขอกระแดะสักหน่อย) หากไปส่องดูมูลค่าทางบัญชีของหุ้นจะพบว่า ยืนอยู่สูงกว่า 68 บาท ซึ่งแปลว่าที่ราคาบริเวณ 45 บาท นักลงทุนกำลังซื้อหุ้นต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีอย่างมีนัยสำคัญ (PBV ต่ำกว่า 0.7 เท่า) และถือว่ามีความปลอดภัยมาก ๆ ในมุมของนักลงทุนระยะยาว แต่เผอิญบรรยากาศของการลงทุนไม่เป็นใจสักเท่าไหร่ จึงไม่อยากคาดหวังอะไรไปมากทยอยเก็บนะนายจ๋า

ตบท้ายกันที่หุ้นรักคุณเท่าฟ้าอย่าง THAI เพื่อชี้ให้เห็นสถานการณ์วานนี้ไม่ใช่ “นกปีกหัก” เหมือนในช่วงที่ผ่านมาอีกต่อไป แต่การจะบินให้สูง และนิ่มนวล คงต้องขึ้นอยู่กับฝีไม้ลายมือของผู้บริหาร รวมถึงการควบคุมต้นทุนล้วน ๆ นักลงทุนที่จะขึ้นเครื่องบินลำนี้ต้องศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ เพราะการแหวกกระแสตลาดหุ้นที่แดงแป๊ด ก่อนจะปิดที่ระดับ 5.15 บาท บวกไป 0.05 บาท หรือขึ้นไป 1% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 245 ล้านบาท มันไม่ธรรมดาจริง ๆ นะคะ

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button