ขาลงเต็มตัว

ในที่สุดดัชนีก็ไม่สามารถประคองตัวที่บริเวณ 1,500 จุดได้เหมือนที่คาดหวัง ซึ่งทำให้อีฉันเชื่อว่า ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสไหลลงไปเรื่อย ๆ แบบมองไม่เห็นว่าจะหยุดอยู่ตรงไหน?


ในที่สุดดัชนีก็ไม่สามารถประคองตัวที่บริเวณ 1,500 จุดได้เหมือนที่คาดหวัง ซึ่งทำให้อีฉันเชื่อว่า ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสไหลลงไปเรื่อย ๆ แบบมองไม่เห็นว่าจะหยุดอยู่ตรงไหน? โดยวันก่อนอีฉันมองว่า 1,480 จุดจะเอาอยู่ หรือแย่สุดก็คือ 1,450 จุดก็น่าจะรับไหว แต่เมื่อดูจากการเปิดฉากยิงรอบใหม่ของสหรัฐฯ “โมนิก้า” เลยเกิดอาการไม่แน่ใจขึ้นมาตลอดเวลาว่า สุดท้ายดัชนีจะเด้งกลับตรงไหนคะ

ฉะนั้นการที่ดัชนียืนปิดที่ระดับ 1,491.01 จุด ลบไป 16.19 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.34 หมื่นล้านบาท ย่อมเป็นช็อตที่น่าตามไปดูสั้น ๆ เพราะยังมีหุ้นพื้นฐานดีหลายตัวเหมาะต่อการเล่นรอบในช่วงที่กำลังลุ้นให้ปัญหาโลกคลี่คลาย “โมนิก้า” เลยอยากเม้าท์ถึงหุ้นที่เพิ่งเม้าท์ไปเมื่อวันก่อนว่า มีหุ้นตัวไหนที่เริ่มมีแรงซื้อเข้ามาบ้างแล้ว ขณะเดียวกันก็ต้องชำเลืองตามองเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ว่า ทรัมป์แพ้ไหม? (หลายคนอยากให้แพ้ เพื่อจะได้เลิกบ้าเสียที)..อิอิอิ

สำหรับหุ้นตัวแรกที่ “โมนิก้า” อยากเม้าท์ถึงเหลือเกินก็คือ PTTGC หลังวานนี้โดนขายจนลงไปกองที่ระดับ 44.25 บาทตั้งแต่เปิดเทรด ถัดจากนั้นกลับมีแรงซื้อเข้ามาเรื่อย ๆ จนสุดท้ายยืนปิดที่ระดับ 45.50 บาท ลบไป 0.25 บาท หรือลงไป 0.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.49 พันล้านบาท ซึ่งเหมือนกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่อีฉันพยายามชี้ให้เห็นว่า ราคาหุ้นบริเวณนี้เหมาะต่อการทยอยเก็บหุ้นนะนายจ๋า!

คล้ายคลึงกับสถานการณ์ของหุ้น BH ที่วันก่อนทำท่าจะลงไปหาฐานเก่า 187 บาท แต่สุดท้ายมีแรงซื้อเข้ามารับหุ้นเป็นระยะ ก่อนจะยืนปิดไปที่ระดับ 197 บาท “โมนิก้า” มองเป็นช็อตที่เชื่อได้อย่างหนึ่งว่า ราคาหุ้นไม่ทิ้งตัวลงแรงเหมือนก่อนหน้านี้ เพราะนี่เป็นหนึ่งในหุ้นท็อปพิกที่นักวิเคราะห์ให้น้ำหนักลงทุนมากสุดในปีหน้า จึงกลายเป็นโอกาสของคนที่ต้องการซื้อหุ้นลงทุนระยะกลางถึงระยะยาวนะจะบอกให้

ส่วนหุ้นที่เหมาะต่อการทยอยช้อนเข้าพอร์ตอย่าง NER ถือเป็นทางเลือกสำหรับคนที่เชื่อว่า งบไตรมาส 3-4 จะออกมาดี หลังจากราคายางปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่หนึ่งในประเด็นที่มีการเม้าท์มอยกันเยอะก็คือ ทั่วโลกหันมาใช้ยางธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากยางที่มาจากปิโตรเคมีราคาพุ่งสูงเกินไป “โมนิก้า” จึงอยากให้นักเล่นประเมินการยืนปิดที่ระดับ 4.58 บาท ท่ามกลาง PE 6 เท่า น่าสนใจไหมจ๊ะ

เช่นเดียวกับในรายของ UNIX ที่วันนี้กลายเป็นหุ้นที่เหมาะสำหรับคนที่มีเงินเย็นต้องการซื้อหุ้นเพื่อรับปันผลแบบเต็มตัวไปแล้ว และหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้หุ้นตัวนี้เป็นเช่นนั้น ล้วนมาจากราคาหุ้นอ่อนตัวลงมาเรื่อย ๆ ทั้งที่กำไรปี 69 โตกว่า ปี 68 แบบนี้..มันไม่เมคเซนส์เอาเสียเลย แถมเมื่อเหลือบดูการเทรดของหุ้นอยู่บน PE 5.40 เท่า และควบคู่กับปันผลที่ให้ในระดับ 5.60%..ไม่น่าซื้อตรงไหน เอาปากกามาวงนะคะ

สถานการณ์ข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น NCAP เพื่อชี้ให้เห็นผลงานในช่วงที่ผ่านมายังทำได้ค่อนข้างดี แต่ราคาหุ้นในกระดานกลับไม่ค่อยตอบรับเท่าที่ควร อีฉันเลยอยากพานักลงทุนไปดูค่า PE ที่ระดับ 6.70 เท่า และค่า PBV ที่ระดับ 0.79 เท่า มันทำให้หุ้นตัวนี้เสี่ยงตรงไหน? งานนี้เลยต้องจับตาการคุมหนี้เสียมีประสิทธิภาพขนาดไหน? หากทำได้ดีตามแผนที่วางไว้..นี่เป็นอีกหนึ่งหุ้นที่น่าสนใจค่ะ

ปิดท้ายกันด้วยการภาษีรถอีวีที่รัฐบาลประกาศออกมาคราวนี้ มันทำให้วงการรถสั่นสะเทือนกันเป็นแถว เพราะเที่ยวนี้มีการเก็บภาษีนำเข้าสูงถึงระดับ 35% ส่วนรายที่ตั้งโรงงานผลิตในไทย รัฐบาลมีนโยบายไม่เก็บแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นเหรียญ 2 ด้าน เพราะด้านหนึ่งจะเร่งให้คนรีบซื้อรถอีวีก่อนจะมีราคาแพงขึ้นในปีหน้า ส่วนอีกด้านหนึ่งอาจทำให้คนชะลอซื้อรถ เพื่อรอดูราคาใหม่จะแพงขึ้นขนาดไหน?..งานนี้เลยขึ้นอยู่กับนักลงทุนเชื่อภาพไหนมากกว่ากันจ้า!

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button