
ศึกภาษี ‘สหรัฐ-แคนาดา’ ผ่อนคลาย.!
สงครามการค้าระหว่าง “สหรัฐอเมริกาและแคนาดา” เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังจากทำเนียบขาวประกาศผ่อนปรนการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าบางรายการจากแคนาดา
สงครามการค้าระหว่าง “สหรัฐอเมริกาและแคนาดา” เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังจากทำเนียบขาวประกาศผ่อนปรนการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าบางรายการจากแคนาดา มาตรการผ่อนปรนดังกล่าว กำหนดให้มีผลบังคับใช้วันที่ 30 ต.ค.นี้ ถือเป็นช่วงเวลาล่วงหน้าเพียงไม่ถึง 2 สัปดาห์ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
จากก่อนหน้านี้รัฐบาลสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีสินค้าแคนาดาสูงถึง 50% ครอบคลุมมูลค่าสินค้านำเข้าประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การตัดสินใจเก็บภาษีดังกล่าว มีขึ้นหลังจากความพยายามเจรจาล้มเหลว ช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยยกเหตุผลในการตั้งกำแพงภาษีอย่างเข้มงวด โดยอ้างว่า แคนาดา ปฏิบัติต่อสินค้าส่งออกจากสหรัฐฯ อย่างไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมยานยนต์ ผลิตภัณฑ์นมและแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อเริ่มส่งผลกระทบสะท้อนกลับเข้าสู่เศรษฐกิจสหรัฐฯ
สินค้าที่ได้รับการประกาศผ่อนปรนและยกเว้นภาษีครั้งนี้ ประกอบด้วย ไม้อัดแผ่น ผลิตภัณฑ์กระดาษบางชนิด และอุปกรณ์ทำความเย็น รวมถึงเครื่องจักรและกล่องบรรจุสินค้า ที่มีความสำคัญต่อภาคการเกษตร
การเคลื่อนไหวของทำเนียบขาวครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากแรงกดดันทางการเมือง ภายในพรรครีพับลิกันอย่างหนัก วุฒิสมาชิกซูซาน คอลลินส์ จากรัฐเมน มีบทบาทสำคัญในการผลักดันเรื่องนี้ คอลลินส์ ซึ่งกำลังเผชิญศึกเลือกตั้ง เพื่อรักษาตำแหน่งเก้าอี้วุฒิสภาอย่างสูสี ได้เข้าพบและเรียกร้องต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลหลายต่อหลายครั้ง เนื่องจากรัฐเมนมีชายแดนติดกับแคนาดาและพึ่งพาการค้าข้ามพรมแดนอย่างมาก
การผ่อนปรนภาษีสินค้าเกษตร ช่วยลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการในรัฐเมน ทั้งกลุ่มผู้ผลิตบลูเบอร์รี มันฝรั่ง แอปเปิล รวมถึงสาหร่ายทะเล นอกจากนี้ ไมค์ โรเจอร์ส ผู้สมัครพรรครีพับลิกันจากรัฐมิชิแกน เรียกร้องให้ทรัมป์ เร่งยุติข้อพิพาททางการค้ากับแคนาดาเช่นเดียวกัน เพราะอุตสาหกรรมในรัฐมิชิแกน ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้านี้อย่างหนัก ความกังวลว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจ จะส่งผลเสียต่อคะแนนเสียงของพรรค กลายเป็นปัจจัยบีบบังคับให้ทำเนียบขาวต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติทางการค้า
ทางด้านแคนาดา นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ได้แสดงท่าทีตอบรับอย่างระมัดระวัง แคนาดาเคยใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้าแบบดอลลาร์ต่อดอลลาร์มาก่อนหน้า คาร์นีย์ ระบุว่า แคนาดา พร้อมเจรจาเพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าที่เป็นประโยชน์ แต่ยืนยันว่าจะไม่รีบร้อนและพร้อมรอจนกว่าจะได้ข้อตกลงที่เหมาะสม โดมินิก เลอบลอง รัฐมนตรีการค้าภายในของแคนาดา ยืนยันว่า กำลังประเมินสถานการณ์ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของแรงงานและผู้ประกอบการชาวแคนาดาอย่างเต็มที่
การผ่อนปรนภาษีนำเข้าครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ทางการเมืองที่ออกแบบมาเพื่อลดแรงกดดันจากกลุ่มเกษตรกรและผู้บริโภคในสหรัฐฯ พรรคเดโมแครต ออกมาวิจารณ์ว่า นโยบายการค้าของทรัมป์สร้างปัญหาตั้งแต่แรก และการผ่อนปรนในนาทีสุดท้ายเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาที่รัฐบาลสร้างขึ้นเอง
อย่างไรก็ตามผลการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะถึงนี้จะเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญว่าการถอยทัพทางการค้าของทรัมป์จะช่วยรักษาเสียงสนับสนุนได้มากน้อยเพียงใด..!?