กนง. ฉายฉากทัศน์ ‘เศรษฐกิจไทย’

การแถลงทิศทางนโยบายการเงินโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่านคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) สะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมของเศรษฐกิจไทย


การแถลงทิศทางนโยบายการเงินโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่านคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) สะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมของเศรษฐกิจไทย ที่มีทั้งโอกาส แรงส่งใหม่ และความท้าทายเชิงโครงสร้าง จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่การปรับเพิ่มประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) สำหรับปี 2569 เป็น 2.4% และคาดการณ์ต่อเนื่องสำหรับปี 2570 ไว้ที่ระดับ 2.1% โดยมีเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนคือการส่งออกและการลงทุน

ปัจจัยหลักที่ช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวดีกว่าที่เคยคาดการณ์ มาจากการที่ไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน ของวัฏจักร AI (Artificial Intelligence) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก การเติบโตของหมวดอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลดีต่อตัวเลขการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้หากมีการปรับปรุงฐานข้อมูลดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (MPI) จากสศช.ย้อนหลัง มีความเป็นไปได้สูงที่อัตราการเติบโตของ GDP ปีนี้ อาจขยายตัวได้สูงเกินกว่าระดับ 2.4%

แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจภาพรวมจะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น แต่กนง.แสดงความกังวลต่อคุณภาพการเติบโต เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังคงเติบโตต่ำกว่าระดับศักยภาพที่ควรจะเป็น และเกิดภาวะการฟื้นตัวไม่เท่าเทียม (K-Shape) ภาคธุรกิจขนาดใหญ่และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไฮเทคสามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ภาคธุรกิจขนาดเล็ก ประชาชนรายย่อย และภาคการบริโภค ยังถูกกดดันด้วยปัญหาหนี้ครัวเรือน ความเปราะบางในตลาดแรงงาน ทำให้กำลังซื้อของประชาชนบางกลุ่มยังคงตึงตัวอย่างต่อเนื่อง

ขณะมิตินโยบายการเงินกนง. ยืนยันการดำเนินนโยบายแบบ Outlook Dependent โดยพิจารณาบริบทในประเทศเป็นหลัก แม้ธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลก จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสู้กับเงินเฟ้อ แต่ไทยไม่จำเป็นต้องดำเนินนโยบายเดินตามโลก เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อของไทย ที่คาดว่าจะสูงขึ้นเกินเป้าหมาย 3% ช่วงไตรมาส 4/2569 ถึงไตรมาส 1/2570 เป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวจากราคาพลังงานและอาหารสด ก่อนที่จะค่อย ๆ ทยอยปรับลดลง

ทั้งนี้กนง. ยังเปิดกว้างทั้ง 2 ทาง ด้านหนึ่งยังไม่ปิดประตูสำหรับการลดดอกเบี้ย หากเกิดวิกฤตรุนแรง แต่อีกด้านหนึ่ง พร้อมทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป หากเศรษฐกิจฟื้นตัวสู่ระดับศักยภาพ การปรับขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้าง “ช่องว่างทางนโยบาย” (Policy Space) รองรับความเสี่ยง โดยกนง. เน้นย้ำว่าจะขึ้นดอกเบี้ยต่อเมื่อเศรษฐกิจเข้มแข็งจริง ไม่ใช่การถูกกดดันจากเงินเฟ้อหรือเงินทุนไหลออก

ด้านเสถียรภาพการเงินต่างประเทศ ภาพรวมของไทย ยังมีความมั่นคงสูงและน่าเชื่อถือในสายตานักลงทุนต่างชาติ สัดส่วนเงินสำรองระหว่างประเทศต่อหนี้ต่างประเทศระยะสั้นสูงถึง 2.5 เท่า ถือเป็นกันชนแข็งแกร่ง ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มกลับมาเกินดุลสูงถึง 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปีหน้า ส่งผลให้เงินทุนเคลื่อนย้ายและค่าเงินบาทยังคงมีเสถียรภาพและไม่มีสัญญาณการไหลออกอย่างผิดปกติ

สำหรับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด คาดว่าจะกระทบ GDP เพียงเล็กน้อยไม่ถึง 0.1% และได้รับแรงส่งบวกกลับคืนมาจากการซ่อมแซมและฟื้นฟูหลังน้ำลด ส่วนการบริโภคภาคเอกชน แม้จะฟื้นตัวช้า แต่ไม่ได้อยู่ในระดับแย่ จึงไม่มีความจำเป็นต้องกระตุ้นเพิ่มเติม แต่ควรมุ่งเน้นนโยบายไปที่การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เช่น โครงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อวางรากฐานให้เศรษฐกิจไทยเติบโตระยะยาว

Back to top button