​SET แกว่งตัวไซด์เวย์ เกาะติดผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ

​สัปดาห์ที่ผ่านมา Fed มีมติ 10–2 คงดอกเบี้ยที่ 3.75–4.00% โดยท่าทีของ Warsh เข้มงวดน้อยลงและเปิดทางรอประเมินข้อมูล


​สัปดาห์ที่ผ่านมา Fed มีมติ 10–2 คงดอกเบี้ยที่ 3.75–4.00% โดยท่าทีของ Warsh เข้มงวดน้อยลงและเปิดทางรอประเมินข้อมูล ขณะที่ GDP ไตรมาส 3/2569 เร่งขึ้นเป็น 3.4% จากไตรมาสก่อน, SAAR จาก 2.2% และ Core PCE เพิ่มเป็น 3.1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน จาก 3.0%แต่การบริโภคที่แท้จริงทรงตัวและรายได้จริงลดลง ประกอบกับ Bond Yield ที่สูงช่วยคุมเข้มภาวะการเงิน

​โดย InnovestX คาดเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 25bps ในเดือน ธ.ค. และอีก 25bps ในไตรมาส 1/2570 ด้าน กนง. แม้จะมีมติคงดอกเบี้ยที่ 1.00% แต่เริ่มสื่อสารเข้มงวดขึ้น โดยให้น้ำหนักกับต้นทุนของดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานานและเปิดช่องขึ้นดอกเบี้ยหากเศรษฐกิจเข้าใกล้ศักยภาพ ขณะที่ ธปท. ปรับคาดการณ์ GDP ปี 2569-2570 เป็น 2.4% และ 2.1%

​อย่างไรก็ดี InnovestX คาด กนง. จะคงดอกเบี้ยถึงปี 2570 เนื่องจากการฟื้นตัวยังกระจุกตัว โดยต้องติดตามการปรับข้อมูล GDP ของ สศช. เดือนหน้า ส่วน ECB แม้คงดอกเบี้ย Deposit facility ที่ 2.50% แม้เงินเฟ้อทั่วไปเร่งขึ้นเป็น 3.8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน แต่เงินเฟ้อพื้นฐานและค่าจ้างยังไม่ได้เร่งขึ้นชัดเจน ขณะที่ภาวะการเงินตึงตัวขึ้นช่วยชะลออุปสงค์ อย่างไรก็ดี InnovestX ยังคาด ECB จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 25bps ในเดือน ธ.ค. จากความเสี่ยงการส่งผ่านต้นทุนพลังงาน ทั้งนี้ Lagarde ประกาศจะก้าวลงจากตำแหน่งวันที่ 7 ก.พ. 2570

​สัปดาห์หน้าติดตามการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ (3 พ.ย.) โดยตลาดคาดว่าพรรคเดโมแครตมีโอกาสกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรและอาจชนะในวุฒิสภา ซึ่งผลการเลือกตั้งดังกล่าวอาจเป็นข้อจำกัดต่อรัฐบาลทรัมป์ในการผลักดันมาตรการภาษีและกฎหมายงบประมาณ ส่งผลให้การดำเนินนโยบายในระยะถัดไปต้องอาศัยการเจรจาและประนีประนอมกับพรรคฝ่ายค้านมากขึ้น

​สำหรับตลาดหุ้นไทย InnovestX มองช่วงสั้น SET จะแกว่งตัว Sideway แรงกดดันจากความไม่แน่นอนของปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก โดยต้องจับตาผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ (3 พ.ย.) อย่างใกล้ชิด เพราะจะส่งผลต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ ตลาดทุนโลก และอาจมีนัยต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่การประชุม BoE ตลาดคาดมีมติขึ้นดอกเบี้ย ส่วนปัจจัยในประเทศคาดตลาดยังให้น้ำหนักกับการทยอยประกาศงบไตรมาส 3/2569 ของ บจ. ในกลุ่ม Real Sector และติดตาม ครม. พิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์ดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. Earnings Momentum Play เก็งกำไรระยะสั้นรับปัจจัยบวกเฉพาะตัวในสัปดาห์นี้ สำหรับหุ้นที่คาดจะประกาศผลประกอบการไตรมาส3/2569 เติบโตเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน หรือจากไตรมาสก่อน อีกทั้งเราแนะนำ Outperform ได้แก่ TRUE, TU, GULF, KCE,OR และ TIDLOR
2. FDI & Tech-Infra Play ซึ่งได้อานิสงส์จากวัฏจักรการลงทุนในประเทศที่เร่งตัวขึ้น และแผนปรับโครงสร้างสู่พลังงานสะอาดของภาครัฐ รวมทั้งเก็งกำไรจากความคืบหน้า ครม. เตรียมพิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์ดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL, KBANK, KTB) กลุ่มนิคม (WHA, AMATA) กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA, HANA, KCE) และกลุ่มพลังงานหมุนเวียน (GULF, GPSC, GUNKUL)
3. Geopolitical Relief Play สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไรระยะสั้น หากผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ออกมาในรูปแบบรัฐบาลแบ่งแยก (Divided Government) คาดจะช่วยให้ตลาดคลายกังวลต่อปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ลงได้บ้าง ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานปรับลง และหนุนการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อในตะวันออกกลาง ได้แก่ สายการบิน (AAV, THAI) โรงไฟฟ้า SPP(GPSC, BGRIM) การแพทย์ (BH, BDMS)
4. Laggard & Earnings Play ซึ่งเน้นความปลอดภัยโดยโฟกัสหุ้นที่คาดกำไรไตรมาส 3/2569 จะเติบโตแกร่งทั้งเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน ควบคู่กับ ราคาหุ้นบนกระดานที่ยัง Laggard เพื่อรับ Margin of Safety ที่สูง และมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง ได้แก่ AOT, AP, BCH, BDMS, CPN, TRUE และ TU

นางสาวณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล

ผู้อำนวยการอาวุโส Equity Strategy Team

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX)

บริษัทหลักทรัพย์ภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ (SCBX)

Back to top button