
BDMS vs BH กำไรนิวไฮ..อัพไซด์โลว์.!
ช่วงไตรมาส 3/69 ถือเป็นช่วงเวลาที่โดดเด่นอย่างยิ่งของหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล โดยเฉพาะ 2 ผู้นำตลาดอย่าง BDMS และ BH
ช่วงไตรมาส 3/69 ถือเป็นช่วงเวลาที่โดดเด่นอย่างยิ่งของหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล โดยเฉพาะ 2 ผู้นำตลาดอย่างบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS และ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ถูกคาดหมายว่าจะทำผลงานทำสถิติสูงสุดใหม่ (Record High) ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากทั้งความต้องการรักษาในประเทศและแรงส่งจากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติฟื้นตัว โดยบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (KS) สะท้อนภาพเชิงบวกระยะสั้น แต่ยังคงระมัดระวังเชิงของมูลค่าหุ้น (Valuation)
สำหรับ BDMS คาดการณ์ว่ากำไรปกติไตรมาส 3/69 จะแตะระดับ 4,650 ล้านบาท เติบโตขึ้น 8% (YoY) แรงส่งสำคัญในฝั่งผู้ป่วยไทย คือ การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ ที่ดันอุปสงค์การเข้าพักรักษาตัวพุ่งสูง ขณะที่ฝั่งผู้ป่วยต่างชาติ ยังคงมีทิศทางฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ช่วยหนุนรายได้รวมให้เติบโต 7% (YoY) นอกจากนี้ BDMS ได้รับอานิสงส์จากผลประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ชัดเจนยิ่งขึ้น การเข้ามารับการรักษาในโรคที่มีความซับซ้อนสูง ส่งผลให้อัตรากำไรขยับตัวดีขึ้น
แม้ว่าแนวโน้มไตรมาส 4/69 ของ BDMS จะชะลอตัวลง QoQ จากปัจจัยทางฤดูกาลที่เป็นช่วงต่ำสุดของปี แต่หากเทียบแบบ YoY ถือว่าเติบโตได้ดี จากฐานรายได้ที่ขยายตัวและการไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษก้อนใหญ่ ด้วยเหตุนี้ผลประกอบการ Q3/69 ที่แข็งแกร่ง จึงถูกมองว่าเป็นปัจจัยบวก (Catalyst) ช่วยหนุนราคาหุ้นระยะสั้น
อย่างไรก็ตามมีคำแนะนำ “ถือ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายกลางปี 2570 ลงมาอยู่ที่ 20.80 บาท จากปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม คือการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวม และกฎระเบียบภาครัฐที่อาจเปลี่ยนแปลง
ด้าน BH แสดงความแข็งแกร่งไม่แพ้กัน ด้วยการทำสถิติสูงสุดหลายมิติ กำไรปกติไตรมาส 3/69 จะพุ่งแตะ 2,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY และเติบโตถึง 12% QoQ ปัจจัยเร่งสำคัญมาจากกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลาง ที่ฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดถึง 24% QoQ หลังสถานการณ์คลี่คลาย ขณะเดียวกันตลาดผู้ป่วยต่างชาติ นอกภูมิภาคตะวันออกกลาง ยังขยายตัวได้ระดับ 8% YoY ทำให้ภาพรวมรายได้ผู้ป่วยต่างชาติเติบโต 6% YoY และผลักดันรายได้รวมทำสถิติสูงสุดใหม่เช่นกัน
จุดแข็งที่โดดเด่นสุดของ BH คือ ความสามารถในการทำกำไรขั้นต้น (GPM) ที่จะสูงถึง 53.4% ส่งผลให้อัตรากำไร EBITDA Margin ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 42.2% แผนธุรกิจเน้นเคสซับซ้อน การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติระดับพรีเมียม ช่วยหนุน Margin อย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ดีมีคำแนะนำ “ถือ” ให้ราคาเป้าหมายกลางปี 2570 ที่ 211.00 บาท เนื่องจากอัพไซด์ของราคาหุ้นเริ่มมีจำกัด แม้ผลงานระยะสั้นจะออกมาโดดเด่นก็ตาม
เมื่อเปรียบเทียบเชิงกลยุทธ์ ทั้ง 2 หุ้น มีจุดเด่นในการสร้างสร้างเติบโตที่แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ BDMS มีจุดแข็งด้านเครือข่ายโรงพยาบาลที่กระจายตัวครอบคลุม ได้ประโยชน์จากฐานผู้ป่วยไทยและโรคตามฤดูกาล ขณะที่ BH มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางระดับปานกลางถึงสูง มุ่งเน้นตลาด Medical Tourism และผู้ป่วยต่างชาติ กำหนดการรายงานงบการเงิน BH วันที่ 12 พ.ย. และ BDMS วันที่ 16 พ.ย.นี้
แม้ราคาหุ้น BDMS และ BH จะสะท้อนมูลค่าพื้นฐานไปมากพอสมควรแล้ว แต่กำไรไตรมาส 3/69 ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญช่วยประคองและสร้างเซนติเมนต์เชิงบวก นักลงทุนจึงควรใช้ช่วงเวลานี้ประเมินจังหวะการลงทุนและติดตามปัจจัยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด