
น่าสะพรึง! ราคาน้ำมัน
ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก กลับมาเคลื่อนไหวระดับสูงอีกครั้ง ท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์พื้นที่ตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก กลับมาเคลื่อนไหวระดับสูงอีกครั้ง ท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์พื้นที่ตะวันออกกลาง ล่าสุด (20 ต.ค. 69) น้ำมันดิบ WTI เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 98.95-100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบ Brent: เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 105.45 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ปัจจัยสำคัญมาจากตลาดกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในซาอุดีอาระเบีย และกลุ่มประเทศรอบอ่าวเปอร์เซีย โดยกลุ่มฮูตีและตลาดจับตาท่าทีของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการพิจารณาผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรพลังงานต่อรัสเซีย ที่อาจช่วยเพิ่มอุปทานน้ำมันได้บ้างช่วงระยะถัดไป
นี่คือสัญญาณบอกเหตุว่า “ราคาขายปลีกน้ำมันของไทย” ยังทรงตัวระดับสูงต่อไป..!!
หันกลับมาดูกลไก..ที่จะเข้ามาช่วยประคองไม่ให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น อย่างเช่น “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ก็ดูเหมือนจะอยู่ในสภาวะต้อง “ช่วยตัวเอง” มากกว่าจะไป “ช่วยคนอื่น” ได้..
ข้อมูลกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ล่าสุด (18 ต.ค. 69) พบว่ามีสถานะติดลบสุทธิ 103,561 ล้านบาท (ทรัพย์สิน 36,201 ล้านบาท/หนี้สิน 139,762 ล้านบาท แบ่งเป็นน้ำมันเชื้อเพลงติดลบ 62,359 ล้านบาท (ทรัพย์สิน 34,235 ล้านบาท/หนี้สิน 96,594 ล้านบาท) และก๊าซหุงต้มติดลบ 41,202 ล้านบาท (ทรัพย์สิน 1,966 ล้านบาท/หนี้สิน 43,168 ล้านบาท
หากดูจาก “สุขภาพกองทุนน้ำมัน” แล้ว ไม่เพียงจะมาช่วยอุดหนุนชะลอปรับขึ้นของราคาน้ำมัน แต่อาจเป็นตัวจำกัดขาลงของราคาน้ำมันอีกต่างหาก..เพราะอีกขาต้องมีการหักเงินเข้ากองทุนน้ำมันด้วยเช่นกัน..!!
ล่าสุดกองทุนน้ำมันฯ อุดหนุนน้ำมันดีเซล (B20) ลิตรละ 6.55 บาท, น้ำมันดีเซลหมุนเร็วลิตรละ 1.72 บาท, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 (E10) ลิตรละ 0.06 บาท, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ลิตร 0.06 บาท, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 (E20) ลิตรละ 4.22 บาท, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 (E85) ลิตรละ 1.40 บาท
อีกหนึ่งกลไกที่พอจะช่วยประคอง “ราคาขายปลีกน้ำมัน” ได้ นั่นคือ “ลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน” ที่ล่าสุดจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล (B20) ลิตรละ 5.953 บาท, น้ำมันดีเซลหมุนเร็วลิตรละ 6.92 บาท, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 (E10) ลิตรละ 6.75 บาท, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ลิตร 6.75 บาท, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 (E20) ลิตรละ 6 บาท, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 (E85) ลิตรละ 1.125 บาท และน้ำมันเบนซิน (พรีเมียม) ลิตรละ 7.50 บาท
ครั้นเมื่อดูข้อมูลการจัดเก็บรายได้จากภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ปี 2568 มียอดจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันรวม 243,681 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 51% ของรายได้จากภาษีสรรพสามิต ที่รัฐบาลจัดเก็บได้ทั้งหมด 476,813 ล้านบาท และคิดเป็น 7.3%ของรายได้ที่รัฐบาลจัดเก็บได้ทั้งหมด 3.3 ล้านล้านบาท
ดูแล้วกลไก “ลดภาษีสรรพสามิต” น่าจะเป็นทางเลือกสุดท้าย..เพราะรัฐบาลไม่ยอมให้ “ทุบหม้อข้าว” ตัวเองง่าย ๆ
แต่ระยะสั้นที่น่า “สะพรึง” สำหรับบรรดาผู้ใช้น้ำมันดีเซล นั่นก็คือการสิ้นสุด “ปรับลดราคา ณ โรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วและมันดีเซลหมุนเร็ว (B20) ลิตร 4 บาท” วันที่ 31 ต.ค. 69 ที่จะมาซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายมากขึ้นอีก..!!!