น้ำมันดิบปิดร่วงหลังสต็อกสหรัฐฯพุ่ง

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้นกว่า 1 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าตัวเลขดังกล่าวจะปรับตัวลดลง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากข่าวซาอุดิอาระเบียผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นในเดือนก.ค.

สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย.ร่วงลง 1.06 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิด (10 ส.ค.) ที่ 41.71 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนต.ค.ลดลง 93 เซนต์ หรือ 2.1% ปิดที่ 44.05 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบร่วงลงหลังจาก EIA รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 5 ส.ค. เพิ่มขึ้น 1.1 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ซึ่งสำรวจโดยวอลล์สตรีท เจอร์นัลคาดการณ์ว่า สต็อกน้ำมันดิบจะปรับตัวลดลง 800,000 บาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซิน ร่วงลง 2.8 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นซึ่งรวมถึงเชื้อเพลิงดีเซลและน้ำมันฮีทติ้งออยล์ ปรับตัวลดลง 2 ล้านบาร์เรล

ตลาดน้ำมันนิวยอร์กได้รับแรงกดดันจากรายงานที่ว่า ซาอุดิอาระเบียซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของกลุ่มโอเปก มีการผลิตน้ำมันดิบสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 10.67 ล้านบาร์เรลในเดือนก.ค. นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยลบจากการที่ EIA ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ปริมาณการผลิตน้ำมันของสหรัฐในปีหน้าขึ้นสู่ระดับ 8.31 ล้านบาร์เรล/วัน จากที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนก.ค.ที่ระดับ 8.2 ล้านบาร์เรล/วัน