ผันผวน! ดาวโจนส์พุ่งกว่า 100 จุด รับความเห็น “เยลเลน” ก่อนพลิกปิดลบ 53 จุด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (26 ส.ค.) หลังจากนายสแตนลีย์ ฟิสเชอร์ รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกมาส่งสัญญาณว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า โดยการแสดงความคิดเห็นของนายฟิสเชอร์ส่งผลให้ตลาดร่วงลงทันที หลังจากที่ช่วงก่อนหน้านี้ ตลาดได้ดีดตัวขึ้นขานรับถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดที่บ่งชี้ว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป

สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิด (26 ส.ค.) ที่ 18,395.40 จุด ลดลง 53.01 จุด หรือ 0.29%, ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 5,218.92 จุด เพิ่มขึ้น 6.72 จุด หรือ 0.13% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,169.04 จุด ลดลง 3.43 จุด หรือ -0.16%

ในช่วงแรกนั้น ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 100 จุดขานรับการกล่าวสุนทรพจน์ของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดที่ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีการขยายตัว ขณะที่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ถ้อยแถลงของนางเยลเลนซึ่งมีขึ้นในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็คสัน โฮล รัฐไวโอมิ่งเมื่อวานนี้ ระบุว่า เฟดยังคงคาดการณ์ว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมระบุว่าการจ้างงานและเงินเฟ้อใกล้แตะระดับเป้าหมายของเฟด นอกจากนี้ นางเยลเลนยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงลงในเวลาต่อมา หลังจากที่นายฟิสเชอร์ รองประธานเฟดกล่วว่า รายงานตัวเลขการจ้างงานครั้งต่อไป จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีน้ำหนักมากในกระบวนการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งการแสดงความเห็นในลักษณะกำหนดกรอบเวลาที่ค่อนข้างชัดเจนของนายฟิสเชอร์นั้น ได้กระตุ้นให้เกิดการคาดการณ์ว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า หากตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนส.ค.ของสหรัฐออกมาแข็งแกร่ง นอกจากนี้ นายฟิสเชอร์ยังกล่าวด้วยว่า จำนวนครั้งของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้จะขึ้นอยู่กับข้อมูลทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐจะรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนส.ค.ในวันที่ 3 ก.ย. ก่อนที่เฟดจะประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 20-21 ก.ย. นักวิเคราะห์จากคอร์เนอร์สโตน ไฟแนนเชียล พาร์ทเนอร์สกล่าวว่า นายฟิสเชอร์พยายามส่งสัญญาณที่ชัดเจนกับตลาดว่า เฟดมีโอกาสที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. และมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้

หุ้นออโต้เดสก์พุ่งขึ้น 8.1% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรรายไตรมาสที่พุ่งขึ้นเกินขึ้น ขณะที่หุ้นอัลตา ซาลอน คอสเมติก แอนด์ ฟรากรานซ์ ร่วงลง 6.1% หลังจากบริษัทปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการในปีนี้ ส่วนหุ้นเฮอร์บอลไลฟ์ ดิ่งลง 2.3% หลังจากมีรายงานว่า นายคาร์ล ไอคาห์น มหาเศรษฐีนักลงทุนชื่อดังได้เทขายหุ้นในบริษัทแห่งนี้

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยล่าสุดและมีผลต่อความเคลื่อนไหวในตลาดเมื่อคืนนั้น กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 2 ขยายตัว 1.1% สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ แต่ต่ำกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ 1.2%

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐยังระบุว่า กำไรหลังการหักภาษีของภาคเอกชนลดลงสู่ระดับ 2.4% ในไตรมาส 2 หลังจากที่เพิ่มขึ้น 8.1% ในไตรมาสแรก ขณะที่การใช้จ่ายในภาคธุรกิจลดลง 3.7% ในไตรมาส 2 โดยลดลงเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ช่วงเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปี 2007-2009