TASCO กลับมาดีเกินคาด

โดยปกติแล้ว นายชัยวัฒน์ ศรีวรรณวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO เป็นบุคคลที่หาตัวเจอยากมาก

แฉทุกวันทันเกมหุ้น

โดยปกติแล้ว นายชัยวัฒน์ ศรีวรรณวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO เป็นบุคคลที่หาตัวเจอยากมาก

ไม่ใช่เพราะแปลงกายเป็นขอมดำดิน…แต่มีคำอธิบายว่า เพราะทำงานหนัก เนื่องจากบริหารบริษัทข้ามชาติอย่าง TASCO อยู่

เพียงแต่จะโผล่หน้ามาในเอกสารแถลงข่าวรายไตรมาส…ถ้าหากว่าไตรมาสไหนมีกำไรโดดเด่น จะโผล่มาบ่อยครั้งเกินกว่าปกติ

ไตรมาสแรกของปี 2560 นี้ นายชัยวัฒน์โผล่หน้ามาอีกครั้ง (ตามสูตร) พร้อมกับข่าวดีเกินคาด  เพราะแต่เดิมนั้น นักวิเคราะห์เคยระบุว่า ปีนี้ TASCO จะฟื้นตัวกลับมา แต่ก็จะไม่ดีเท่ากับปี 2558 ที่ราคาหุ้นวิ่งแรงชนิดควบคุมยาก เป็นขาขึ้นเกือบทั้งปี โดยคาดว่าปีนี้ จะมีรายได้เติบโตขึ้น 18% และโต 13% ในปี 2561 จากยอดขายส่งออก

ข้อเท็จจริงล่าสุดของไตรมาสแรก ยืนยันได้ดี ไม่มีโกหก..เพราะผลการดำเนินงานของ TASCO มีกำไรสุทธิจำนวน 1,237 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,172 ล้านบาท

กำไรดังกล่าว เป็นผลจากที่บริษัทมีรายได้จากการขาย และบริการ จำนวน 8,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้น สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น แม้ปริมาณสินค้าที่ขายได้จะลดลงไปประมาณ 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีภาวะที่ชะลอตัว แต่ก็สามารถตอกย้ำได้ว่ามีการฟื้นตัวของปริมาณการขาย และราคาขายอย่างชัดเจน

นอกเหนือรายได้จากราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นมาก TASCO ยังได้รับอานิสงส์เพิ่มเติมเล็กๆ น้อยๆ ทั้งจากผลกำไรในการกลับรายการปรับลดราคาทุนของสินค้าคงเหลือ ให้เป็นมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ 76 ล้านบาท และสามารถเก็บเงินจากลูกค้าที่เคยตั้งสำรองไว้ จำนวน 17 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากบริษัทย่อยในประเทศจีน

ที่สำคัญปีนี้ TASCO ไม่มีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มจากลูกหนี้ภายในประเทศ สำหรับลูกค้าที่ค้างชำระหนี้นานกว่า 1 ปี ถือเป็นข่าวดีเพิ่มเติม

เพียงแต่กำไรเสริมหลายรายการ ก็ถูกหักกลบจากผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงราคาสินค้าจำนวน 192 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการวัดมูลค่ายุติธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง

รายได้ที่กลับคืนมา และกำไรที่เพิ่มขึ้น มีผลต่อสัดส่วนทางการเงิน โดยเฉพาะอัตราหนี้ต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ยังคงอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.60 เท่า เนื่องจากได้มีการจ่ายชำระคืนเงินกู้ระยะยาวก่อนถึงกำหนด และมีค่าดอกเบี้ยจ่ายลดลงเหลือจำนวน 25 ล้านบาท จากวงเงินกู้ระยะยาวที่ลดลง

ข่าวดีไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะไตรมาสแรกชนิด “ผ่านแล้วผ่านเลย” เพราะในไตรมาสถัดๆ ไปของปีนี้  TASCO ก็เชื่อมั่นว่าจะมียอดขายยางมะตอยเติบโตต่อเนื่อง โดยตลาดในประเทศมาจากงบประมาณด้านถนนของรัฐบาล และตลาดต่างประเทศที่มาจากการขยายตัวต่อเนื่อง เช่น อินโดนีเซียจะเริ่มเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น

ผลลัพธ์คือ เป้าหมายใหม่ล่าสุดยอดขายยางมะตอยในปี 2560 ไว้ที่ระดับ 2.6 ล้านตัน ถือเป็นเป้ายอดขายที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งสามารถบรรลุได้

ความเชื่อมั่นของผู้บริหาร ทำให้นักวิเคราะห์หุ้น “ขาเชียร์” ไม่รีรอที่จะแนะนำ “ซื้อ” หุ้น TASCO ที่ราคาเป้าหมาย 35 บาทต่อหุ้น โดยประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานงวดไตรมาสสองและครึ่งหลังของปีนี้จะยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะกำไรพิเศษ เพราะขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงที่มีจะบันทึกกลับมาเป็นกำไรได้ หากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นได้

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ คาดเดาว่า กำไรหลักปี 2560 ไม่นับกำไรพิเศษ จะเติบโต 46% และในปี 2561 จะเติบโต 14% เพียงแต่พื้นฐานใหม่นี้ ไม่มีใครเชื่อกันว่า ราคาจะพุ่งแรงเป็น “กินยาผิดซอง” แบบราคาหุ้นของ TASCO  เมื่อเดือนมกราคมปีก่อนที่วิ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดถึง  41.00 บาท

แต่…ก็ไม่มีใครประเมินต่ำถึงขั้นว่า ราคาหุ้น TASCO ปีนี้จะกลับไปต่ำเตี้ยอยู่ที่ระดับรอบๆ 20.00-23.00 บาท แบบปลายปีก่อน หลังจากที่ไตรมาสสามปีนั้นมีกำไรต่ำเกินคาดแค่ 329 ล้านบาท ลดลง 77% จากระยะเดียวกันของปี 2558 เพราะผลพวงของยอดขายที่ลดลง 48% จากการส่งออกไปอินโดนีเซียและเวียดนามที่ต่ำ เพราะงบประมาณสร้างถนนถูกตัด แล้วลุกลามเลยเถิด ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นที่เคยสูงถึง 22.1% เหลือเพียง 10%

สถานการณ์เลวร้ายดังกล่าวได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว เพราะธุรกิจนั้น ย่อมมีทั้งขาขึ้นและขาลง

เมื่อใดที่เป็นช่วงขาลง องค์กรธุรกิจย่อมมีโอกาสตกเป็น “เหยื่อของสถานการณ์”…แต่ในยามที่เป็นขาขึ้น สถานการณ์ “เรือทุกลำ (รวมทั้งลำที่รั่ว) ลอยได้ ในยามน้ำขึ้น” ก็จะมาเยือน

กำไรสวยตั้งแต่ไตรมาสแรกอย่างนี้ พอประกาศออกมา ราคาหุ้นกลับไม่ขานรับเอาดื้อๆ…เหมือนนักลงทุนเกิดอาการ “ตายด้านถาวร” อย่างวานนี้ ก็ถือเป็นปรากฏการณ์ชวนพิศวงไม่น้อย ประเมินกันไม่เป็นเลยทีเดียว

หรือ ลับ-ลวง-พราง กันมานานเกินไปจนชาชินแบบนิทานมนุษย์ถ้ำของพลาโต้  ก็ไม่ทราบได้

คงต้องถามใจ แฟนพันธุ์แท้ของ TASCO…เสียแล้วว่า “จ๋ำกันบ่อได้กา…หรือจ๋ำกั๋นบ่ได้ด้ด้ด้…”

หรือว่า มีเจตนาของฟ้าที่จะให้ถือคติใหม่ “ยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน…” ไม่ใช่ “รักแท้ต้องรอได้” เหมือนเดิมอีกต่อไป

“อิ อิ อิ”