SIM ปันผลขั้นต่ำ 50%รายได้ปีนี้ 1.5 หมื่นล้าน

อัตราการจ่ายเงินปันผลของบริษัทในปี 2558 จะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นในปีนี้ โดยคาดว่ากำไรสุทธิในปีนี้จะเพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน

บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) หรือ SIM ปัจจุบันประกอบธุรกิจใน 3 สายธุรกิจหลัก คือ สายธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ สายธุรกิจมัลติมีเดีย และสายธุรกิจการให้บริการโทรคมนาคม ซึ่งเป็นบริษัทที่มีกำไรสุทธิดี และมีนโยบายการจ่ายปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ

 

“ธนานันท์ วิไลลักษณ์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ SIMเปิดเผยว่า ในปี 2558 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 15,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากสายธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวน 13,000 ล้านบาท รายได้จากสายธุรกิจมัลติมีเดีย จำนวน 1,000 ล้านบาท และรายได้จากสายธุรกิจการให้บริการโทรคมนาคม จำนวน 1,000 ล้านบาท

โดยรายได้จากสายธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่บริษัทตั้งเป้าหมายไว้ที่ 13,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15-20% จากปี 2557 ที่มีรายได้จากสายธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่ที่ 11,350 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทตั้งเป้าหมายมียอดขายโทรศัพท์มือถือไว้ที่ 5.5 ล้านเครื่อง ในจำนวนนี้เป็นยอดจำหน่ายในต่างประเทศแถบเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา 5 แสนเครื่อง เพิ่มขึ้นจากในปี 2557 ที่มียอดขายโทรศัพท์มือถืออยู่ที่ 4.7 ล้านเครื่อง แบ่งเป็นสมาร์ทโฟน 3.5 ล้านเครื่อง และฟีเจอร์โฟน 1.2 ล้านเครื่อง

ทั้งนี้ ในปี 2558บริษัทมีแผนออกโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ไว้ประมาณ 15 รุ่น เน้นกล้องเทพ ที่มีความละเอียดมากถึง 20 ล้านพิกเซล ตัดต่อรูปได้ ปรับความคมชัดได้อย่างรวดเร็ว และยังมีเครื่องที่รองรับ 4G LTE ขณะที่บริษัทตั้งเป้าหมายราคาขายเฉลี่ยต่อเครื่องไว้ที่ 2,900 บาท เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ที่ราคาขายเฉลี่ยต่อเครื่องอยู่ที่ 2,656 บาท      

ประกอบกับในขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาเพื่อขายมือถือล็อตใหญ่ให้กับผู้ให้บริการมือถือเช่นเดียวกับในช่วงปลายปีก่อนที่มีการขายมือถือล็อตใหญ่ จำนวน 500,000 เครื่องให้กับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC

ขณะที่รายได้จากสายธุรกิจมัลติมีเดียที่บริษัทตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ที่มีรายได้จากสายธุรกิจมัลติมีเดียอยู่ที่ 749 ล้านบาท และรายได้จากสายธุรกิจการให้บริการโทรคมนาคมที่บริษัทตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ที่มีรายได้จากสายธุรกิจการให้บริการโทรคมนาคมอยู่ที่ 300 ล้านบาท

โดยในปี 2558 บริษัทวางบการตลาดไว้ที่ 400 ล้านบาท โดยบริษัทจะเน้นกลยุทธ์ Partnership Marketing ในการขยายตลาดเครือข่ายพันธมิตร เช่น สโมสรฟุตบอลชั้นนำ, ผู้ให้บริการมือถือทั้ง AIS DTAC และ TRUE รวมทั้งสื่อ Siam Sports ซึ่งจะมีการพัฒนาสินค้าและเสริมบริการ Content ในรูปแบบเจาะกลุ่ม เพื่อก่อให้เกิดรายได้ประจำจากค่าบริการ Content

 

ส่วนความคืบหน้าการนำบริษัท ไอ-สปอร์ต จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นโดยอ้อมผ่านบริษัทสามารถ มัลติมีเดีย จำกัด ในสัดส่วน 50% เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ขณะนี้อยู่ระหว่างการหาที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) คาดว่าจะสามารถยื่นไฟลิ่งและเข้าจดทะเบียนได้ภายในปลายปีนี้ เพื่อมุ่งสู่การเป็นที่ 1 ในธุรกิจคอนเทนต์ด้านกีฬาอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยเป้าหมายรายได้ที่ 1,000 ล้านบาท

พูดถึงโอกาสที่มีผลต่อการดำเนินงานของบริษัทนั้น มองว่าตลาดสมาร์ทโฟนที่เติบโตขึ้น จากการที่ผู้ให้บริการมือถือผลักดันให้เกิด 4G ทำให้มีผู้บริโภคที่ใช้เครื่อง 3G เปลี่ยนมาใช้เครื่อง 4G รวมทั้งผู้บริโภคที่ยังใช้เครื่อง 2G ก็จะเปลี่ยนมาใช้เครื่อง 3G ด้วย อีกทั้งคาดว่ายอดขายรวมทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมในปีนี้จะอยู่ที่ 17-18 ล้านเครื่อง จากปีก่อนอยู่ที่ 15 ล้านเครื่อง ส่วนอุปสรรคที่มีผลต่อการดำเนินงานของบริษัทนั้นหากเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลง ส่งผลต่อยอดขายโทรศัพท์มือถือด้วย

 

สำหรับนโยบายการจ่ายเงินปันผลนั้น บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมหลังหักเงินสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัทและตามกฎหมาย โดยจ่ายปันผลปีละ 2 ครั้ง อย่างไรก็ตามการจ่ายเงินปันผลดังกล่าว จะขึ้นอยู่กับแผนการลงทุนและการขยายธุรกิจของบริษัท รวมทั้งความจำเป็นและความเหมาะสมอื่นๆ ในอนาคต

โดยส่วนอัตราการจ่ายเงินปันผลของบริษัทในปี 2558 จะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้น โดยบริษัทคาดว่ากำไรสุทธิในปี 2558จะเพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน และยังคงนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิเช่นเดิม  

 

หากย้อนดูการจ่ายปันผลของบริษัทในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2555 บริษัทจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.025 บาท และในปี 2556 บริษัทจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.11 บาท แบ่งเป็นเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานงวดครึ่งแรกของปี 2556 ในอัตราหุ้นละ 0.05 บาท และเป็นเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานงวดครึ่งหลังของปี 2556 ในอัตราหุ้นละ 0.06 บาท

ส่วนในปี 2557 ที่ผ่านมา บริษัทจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.09 บาท แบ่งเป็นเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานงวดครึ่งแรกของปี 2557 ในอัตราหุ้นละ 0.06 บาท และเป็นเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานงวดครึ่งหลังของปี 2557 ในอัตราหุ้นละ 0.03 บาท

คำค้น