ก.ล.ต. เปิดเฮียริ่งเกณฑ์ “Travel Rule” สินทรัพย์ดิจิทัล ยกระดับป้องกันฟอกเงิน

ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างหลักเกณฑ์ “Travel Rule” สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล ยกระดับการป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมเปิดเฮียริ่งถึง 10 ก.ค.


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศการจัดให้มีการบริหารและจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับการโอนและรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ “หลักเกณฑ์ Travel Rule สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล” เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีข้อมูลประกอบการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยงด้านการฟอกเงินที่เพียงพอ สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และสนับสนุนการป้องกันการใช้บริการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นช่องทางในการฟอกเงินและกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ

ตามที่ ก.ล.ต. ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและยับยั้งอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมทั้งคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย ได้มีมติให้ ก.ล.ต. ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ออกแนวปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ระหว่างที่ ปปง. เตรียมความพร้อมเพื่อออกกฎเกณฑ์ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

ก.ล.ต. จึงได้ประสานงานกับ ปปง. เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ระบบบริหารความเสี่ยงของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ให้มีข้อมูลประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลในทุกธุรกรรม เพื่อสนับสนุนการติดตามตรวจสอบและป้องกันการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปใช้ในอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดย ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการดังกล่าวเมื่อเดือนมีนาคม-เมษายน 2569 ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่เห็นด้วยกับหลักการที่เสนอ พร้อมทั้งมีข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ ก่อนนำมาปรับปรุงให้มีความชัดเจนและเหมาะสมยิ่งขึ้น และจัดทำร่างประกาศกำหนดหน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

1. กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจัดให้มีนโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารและจัดการความเสี่ยงในการโอนและรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัล โดยต้องรวบรวมข้อมูลลูกค้าและคู่ธุรกรรม ตรวจสอบคู่ธุรกรรม ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลของคู่ธุรกรรม รวมถึงตรวจสอบความเป็นเจ้าของหรือการมีอำนาจควบคุมกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลแบบดูแลและควบคุมด้วยตนเอง (Self-hosted Wallet) กรณีโอนหรือรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัลกับ Self-hosted Wallet และจัดเก็บข้อมูลประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลทุกธุรกรรมไว้อย่างน้อย 5 ปี โดยในช่วง 2 ปีแรก ต้องจัดเก็บในลักษณะที่หน่วยงานกำกับสามารถเรียกดูหรือตรวจสอบได้ทันที

2. กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลผู้ส่งคำสั่งโอน (Ordering Digital Asset Operator) ส่งข้อมูลของผู้โอนและผู้รับโอนประกอบคำสั่งโอนสินทรัพย์ดิจิทัลให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลผู้รับคำสั่งโอน (Beneficiary Digital Asset Operator) และหากมีผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลตัวกลาง (Intermediary Digital Asset Operator) อยู่ในเส้นทางการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องตรวจสอบคุณสมบัติของตัวกลางดังกล่าว และดำเนินการเพิ่มเติมตามที่กำหนด เพื่อให้สามารถติดตามเส้นทางธุรกรรมได้อย่างต่อเนื่องและครบถ้วน

3. กำหนดให้มีมาตรการบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับการโอนหรือรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงการรวบรวมข้อมูลของผู้โอนและผู้รับโอนประกอบการรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัลจากผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลผู้ส่งคำสั่งโอน หรือลูกค้า

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ระบุว่า การกำหนดหลักเกณฑ์ Travel Rule สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลครั้งนี้ เป็นการยกระดับความสามารถในการติดตามเส้นทางการเงินของธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ตรวจสอบ ป้องกัน และสกัดกั้นอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งป้องกันความเสี่ยงที่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจะถูกใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย โดยไม่เพิ่มภาระแก่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจนเกินควร พร้อมยกระดับมาตรการป้องกันการฟอกเงินให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลไทยในภาพรวม

ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศดังกล่าวจนถึงวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์ ก.ล.ต. ระบบกลางทางกฎหมาย หรือทางอีเมล [email protected], [email protected] และ [email protected]

Back to top button