HARN กำไร H2/60 โตเด่นจาก Synergy-เพิ่มสินค้าใหม่ซื้อเป้า4.14 บ.

HARN ลุ้นกำไร H2/60 โตเด่นจากการ Synergy-เพิ่มสินค้าใหม่ซื้อเป้า4.14 บ.

บล.เออีซี ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(12ก.ย.) ว่า บริษัท หาญ เอ็นจิเนียริ่ง โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ HARN  จากงาน Opp. Day วานนี้(11ก.ย.)สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้ 1) ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปีนี้ที่ 1,328 ล้านบาท โต 105.9%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนจากเริ่มรับรู้รายได้ธุรกิจระบบทำความเย็นจาก CM และรายได้ธุรกิจระบบพิมพ์ดิจิทัลจาก QIIS หลังเข้าซื้อกิจการ CM และ QIIS ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. 59

2) อัพเดท Backlog ปัจจุบันอยู่ที่ 400 ล้านบาท คาดจะรับรู้เป็นรายได้ปีนี้ราว 70%-80% และอยู่ระหว่างหางานเพิ่ม โดยมีโอกาสทางธุรกิจมากขึ้นหากภาครัฐมีการบังคับใช้กฎหมายให้อาคารและโรงงานต้องติดตั้งอุปกรณ์ระบบดับเพลิง รวมถึงยังมีโอกาสได้งานจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ เช่น โครงการรถไฟฟ้า โครงการพัฒนาสนามบิน และโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC)

3) อัพเดทสินค้าใหม่ที่เริ่มจัดจำหน่ายมีดังนี้ Oventrop PICV (วาล์วก๊อกที่เป็น Multifunction รวบรวมกลไกต่างๆไว้ในตัวเดียว), Vicflex (สปริงเกอร์ที่มีท่ออ่อนสามารถรับแรงกดดันน้ำ), ระบบกล้อง 2 IN 1 ตรวจจับทั้งควันไฟและความร้อน, Condensing Units (ระบบทำความเย็น) และ 3D Printer

4) อัพเดทแผนรุกตลาด CLM โดยปัจจุบันที่เมียนมาร์มีตัวแทนจำหน่ายสินค้าเครื่องพิมพ์ 1 ราย ส่วนกัมพูชามีพนักงานท้องถิ่นและเริ่มออกงานแสดงสินค้ามากขึ้น โดยแผนต่อไปจะทยอยเพิ่มสินค้าเพื่อกระตุ้นยอดขายมากขึ้น

ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของ HARN โดยช่วงครึ่งหลังปีนี้ คาด HARN จะมีกำไรสุทธิเติบโต 114.4%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้วยแรงหนุนทั้งจากการรับรู้รายได้รวมและกำไรแบบเต็มปีตั้งแต่ปีนี้ หลังเข้าซื้อกิจการ CM และ QIIS  อีกทั้งบริษัทยังมีแผนเพิ่มสินค้าใหม่ที่มีนวัตกรรมเพื่อกระตุ้นรายได้ และเตรียมเจาะตลาด CLM จึงคาดช่วยหนุนให้ปี 2560 HARN จะมีกำไรสุทธิ 110.1 ล้านบาท เติบโต 171.6%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน  และโตต่อ 9.8%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ในปี 2561 จากผลแห่ง Synergy ด้วยการขยายฐานลูกค้าจากการแลกเปลี่ยนฐานข้อมูลลูกค้าระหว่างกัน และลดค่าใช้จ่ายบางส่วนจากการใช้ทรัพยากรร่วมกัน

ด้วยพลังแห่ง Synergy พร้อมทั้งกลยุทธ์แข่งขันที่เข้มข้นด้วยการเพิ่มสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ และยังมีแผนเจาะตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นซึ่งคาดจะช่วยผลักดันกำไรให้โตอย่างสดใส อีกทั้งเมื่อเราปรับไปใช้มูลค่าพื้นฐานปี 2561 ที่ 4.14 บาท อิง Fully diluted EPS จากออกหุ้นเพิ่มทุนเพื่อซื้อกิจการ และ PER 20x เช่นเดิม (ค่าเฉลี่ยกลุ่ม) ทำให้ราคาหุ้นมี Upside 17%  และคาดให้ Div. Yield ปีนี้ 4% จึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 4.14 บาท

 

 

คำค้น