SCBAMครองMarket Shareกองทุนส่วนบุคคล

SCBAM รักษาแชมป์ส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 44.94%  สูงเป็นอันดับ 1 ของอุตสาหกรรมกองทุนส่วนบุคคล สามารถเติบโตได้อย่างโดดเด่น โดยมีมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหารงานรวม 353.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  28.59 ล้านบาทจากสิ้นปี 59 ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ 325.12 ล้านบาท

นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) เปิดเผยถึงภาพรวมกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) ของบริษัทฯ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันว่า ยังมีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหารงานรวม 353,712.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  28,590.63 ล้านบาทจากสิ้นปี 2559 ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ 325,122.20 ล้านบาท โดยครองส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 44.94%  สูงเป็นอันดับ 1 ของอุตสาหกรรมกองทุนส่วนบุคคล (ข้อมูลสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2560 )

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงเดินนโยบายเชิงรุกในการขยายฐานลูกค้าบุคคลและสถาบันให้มากขึ้น รวมถึงเน้นการหาผลิตภัณฑ์การเงินที่หลากหลายทั้งในและต่างประเทศเพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้า โดยแนวโน้มกลุ่มลูกค้าบุคคลจะมีความสนใจในการลงทุนต่างประเทศ

รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อนมากขึ้น นอกเหนือจากการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทตราสารหนี้ และตราสารทุนภายในประเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่อัตราดอกเบี้ยยังทรงตัวในระดับต่ำ และวงเงินคุ้มครองเงินฝากจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากที่ทยอยปรับลดลง จึงต้องหาช่องทางในการลงทุนอื่นๆเพื่อให้ชนะเงินเฟ้อ

ปัจจุบัน บริษัทฯ สามารถเข้าถึงการลงทุนที่หลากหลายและครบวงจรทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนในต่างประเทศ  (Offshore Investment) และ Structured Product ที่เป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนทั่วไปเข้าถึงได้ยาก ผ่านทางคู่ค้าต่างประเทศ หรือ บลจ.ระดับโลกที่เป็นพันธมิตรกับ บลจ.ไทยพาณิชย์ อาทิ UBS Asset Management และ JPMorgan Asset Management

โดยทีมผู้จัดการกองทุนจะช่วยเฟ้นหากองทุนต่างประเทศที่เป็นดาวเด่นของ บลจ.ต่างประเทศให้ลูกค้าสามารถลงทุนได้ โดยลูกค้าบุคคลธรรมดาที่ลงทุนในตราสารต่างประเทศผ่านทางกองทุนส่วนบุคคลของเรายังสามารถบริหารความเสี่ยงได้โดยเลือกป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวนเงินลงทุน

นอกจากนี้ ด้วยความแข็งแกร่งของกลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์ในการออกตราสารที่ซับซ้อน ทำให้เราสามารถเสนอผลิตภัณฑ์แบบ exclusive product ให้กับลูกค้าได้ นายสมิทธ์ กล่าว

ทั้งนี้บริษัทมีการออกแบบพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องและเหมาะสมกับความเสี่ยงและข้อจำกัดในการลงทุนของผู้ลงทุนที่หลากหลายขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่ลูกค้ายอมรับได้ทั้งกลุ่ม Conservative Investor ที่สามารถทนต่อความเสี่ยงได้ต่ำ หรือยอมรับความเสี่ยงได้ในสัดส่วนเดียวกันกับอัตราผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น , กลุ่มModerate Investor สามารถทนต่อความเสี่ยงได้ปานกลาง ยอมรับความเสี่ยงได้ในสัดส่วนเดียวกันกับอัตราผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น  และกลุ่ม Aggressive Investor ที่สามารถทนต่อความเสี่ยงได้สูง โดยคาดหวังที่จะได้รับผลตอบแทนที่สูงมากขึ้น

ขณะที่ปัจจุบัน บลจ.ไทยพาณิชย์ประสบความสำเร็จจากการได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้าสถาบัน และกลุ่มลูกค้าบุคคลที่มีเงินลงทุนสูง (High Net Worth) ในการให้บริษัทฯเข้ามาช่วยบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนจำนวนมาก โดยเฉพาะในส่วนของสถาบันนั้น มีทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรอิสระ สถาบันการศึกษา บริษัทเอกชน สหกรณ์ และบริษัทประกัน เป็นต้น โดยล่าสุด ยังได้รับความไว้วางใจจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้เป็นหนึ่งในผู้บริหารกองทุนส่วนบุคคล สำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ระยะกลาง