HUMAN โค้งแรกโกยกำไรเพิ่ม 65% โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” ชี้ชัดผลงานเด่นโตไม่ยั้ง!

HUMAN โค้งแรกโกยกำไรเพิ่ม 65% ทะลุ 29 ล้านบาท จากปีก่อนมีกำไร 17 ลบ. ตามการเติบโตด้านทรัพยากรบุคคล โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” ชี้ชัดผลงานเด่นโตไม่ยั้ง!

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจข้อมูลและบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท ฮิวแมนิก้า จำกัด (มหาชน) หรือ HUMAN หลังบริษัทรายงานรายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1/61 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.61 มีกำไรสุทธิ 29.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65% จากปีก่อนมีกำไร 17.84 ล้านบาท

สำหรับปัจจัยที่ส่งผลให้บริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากบริษัทมีรายได้จากการขายและบริการจำนวน 129.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 10.16 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจด้านทรัพยากรบุคคล ซึ่งรายได้จากธุรกิจด้านทรัพยากรบุคคลเติบโตขึ้น 15.13 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 16.70 เนื่องจากการรับรู้รายได้ค่า license และค่าติดตั้งจาก Project ในประเทศไทยและมาเลเซีย

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น HUMAN ราคาเป้าหมาย 14 บาทต่อหุ้น โดย HUMAN ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 1/61 ที่ 29 ล้านบาท โต 65% เทียบจากปีก่อน (ดีกว่าที่คาดที่ 23 ล้านบาทหรือ 26%) จาก GP เติบโตโดดเด่น (+600 bps YoY) อยู่ที่ 42% หลังบริษัทรับรู้ค่า License และค่าติดตั้งจากงาน Project ซึ่งมี GP ค่อนข้างสูง (>45%) ควบคู่ไปกับ Economy of scale ที่มากขึ้น

โดยบล.เคทีบี (ประเทศไทย) คงมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดีต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีและเป้าหมายได้ลูกค้าเพิ่มขึ้น 5 หมื่นรายในปีนี้ของบริษัทมีความเป็นไปได้สูงหลังอยู่ระหว่างเจรจากับ Target customers ซึ่ง Cover เป้าที่ตั้งไว้

ขณะเดียงกันยังคงประมาณการเดิมแนวโน้มกำไรทำสถิติสูงสุดใหม่ในทุกไตรมาสที่เหลือของปี 61 จากแนวโน้มลูกค้าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยลูกค้ารายใหญ่ในธุรกิจ ICT ราว 1 หมื่นคนจะเริ่มรับรู้รายได้ในช่วงไตรมาส 2/61

รวมทั้งอยู่ระหว่างปิดดีลกับกลุ่มลูกค้า Auto และ Logistic อีกราว 1 หมื่นคนในไตรมาส 3/61 พร้อมกับอยู่ระหว่างเจรจากับกลุ่มลูกค้ารายเล็กอื่นๆในหลายอุตสาหกรรมรวมอีกกว่า 2-3 หมื่นราย ทำให้เป้าหมายเพิ่มลูกค้า 5 หมื่นรายในปีนี้ของบริษัทมีความเป็นไปได้สูง ทั้งนี้กำไรไตรมาส 1/61 คิดเป็น 19% ของประมาณการของบล.เคทีบี (ประเทศไทย) (สัดส่วนเดียวกับไตรมาส 1/60)

ส่วน นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น HUMAN โดย HUMAN รายงานกำไรหลักไตรมาส 1 /61 ที่ 29 ล้านบาท สูงกว่าที่บล.บัวหลวง คาด 32% เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นมากกว่าที่ บล.บัวหลวง ประเมินโดยเราคาดการณ์อัตรากำไรขั้นไว้ที่ 37.9% ซึ่งบริษัทรายงาน 42.0%

ทั้งนี้จากผลประกอบการไตรมาส 1/61 ที่ออกมาดีกว่าคาดน่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้น ดังนั้นจึงแนะนำกลยุทธ์ปล่อยกำไรวิ่งไปก่อน (let profits run) ซึ่งยังมีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรของ บล.บัวหลวง จากการเข้าซื้อกิจการและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่

โดยปัจจุบัน HUMAN ซื้อขายที่ PER ปี 2561 ที่ 59.9 เท่า มากกว่าค่าเฉลี่ยโลกอยู่ 6% บล.บัวหลวง เชื่อว่า HUMAN ควรถูกซื้อขายในระดับที่สูงกว่ากลุ่ม เนื่องจากเป็นช่วงแรกของการเติบโต โดยกำไรปี 2018 นั้นคาดว่าจะเติบโตก้าวกระโดดที่ 47% เมื่อเทียบจากปีก่อน (รวมทั้งมีอัพไซด์ต่อประมาณการของบล.บัวหลวงอีกด้วย)

ขณะเดียวกันจากกำไรหลักไตรมาส 1/61 ที่ออกมาดีกว่าคาดนั้น คิดเป็น 21% ของประมาณการทั้งปีของบล.บัวหลวง ซึ่งขณะนี้บล.บัวหลวง ยังคงมุมมองเชิงอนุรักษ์นิยมต่อประมาณการปี 2561 ของบล.บัวหลวงคงเดิม โดยคาดว่า HUMAN จะทำรายได้สูงสุดในประวัติกาล หนุนโดยธุรกิจให้บริการทางด้านทรัพยากรบุคคล เนื่องจากการให้บริการจัดทำบัญชีเงินเดือนที่จะขยายตัวก้าวกระโดด

โดยผู้บริหารตั้งเป้า payroll headcount ที่ 40,000 -50,000 คน (เพิ่มขึ้น 16-21% เทียบจากปีก่อน ) ณ สิ้นปี 2561 โดยประมาณการกำไรดังกล่าวยังไม่ได้รวมแผนการควบรวมกิจการกับบริษัทบัญชีซึ่งคาดว่าจะดีลแล้วเสร็จได้ในเดือนมิ.ย. 2561

นอกจากนี้คาดว่ากำไรหลักไตรมาส 2/61 จะเติบโตเมื่อเทียบจากปีก่อนและเมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน หนุนจากรายได้จากธุรกิจการให้บริการด้านทรัพยากรบุคคล โดยบริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากการให้บริการจัดทำบัญชีเงินเดือนกับบริษัทโทรคมนาคมที่เพิ่งเซ็นสัญญาในไตรมาส 1/61 (เริ่มรับรู้รายได้เมื่อเดือนมี.ค.2561)

นอกจากนี้บริษัทยังเตรียมเปิดตัวซอฟแวร์ SME ที่เรียกว่า ESSpace และเตรียมให้บริการผลิตภัณฑ์พัฒนาทรัพยากรบุคคล (Human Resource Development) ได้แก่ Performance management และ Learning and Development management ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนรายได้สำหรับไตรมาส

ขณะที่ราคาหุ้น HUMAN ปิดตลาดวานนี้ (14 พ.ค.) อยู่ที่ 12.80 บาท บวก 0.50 บาท หรือ 4.07% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 101.14 ล้านบาท ทั้งนี้ยังคงมีอัพไซด์จากราคาเป้าหมาย 14 บาท อยู่ 9%