
GBS ชี้หุ้นไทยลุ้นแตะ 1,560 จุด คัด 7 หุ้นเด่นรับ MSCI-ไทยช่วยไทยพลัส
“บล.โกลเบล็ก” คาดตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่งตัว Sideway Up กรอบ 1,510-1,560 จุด รับแรงหนุนต่างชาติซื้อสะสม-ส่งออกโตเด่น แนะเก็บหุ้น 7 หุ้นรับอานิสงส์ MSCI และมาตรการรัฐ "ไทยช่วยไทยพลัส"
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มแกว่งตัวในลักษณะ Sideway Up โดยประเมินกรอบดัชนีไว้ที่ระดับ 1,510 – 1,560 จุด ด้านกลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้จัดพอร์ตแบบคัดสรรหุ้นเด่น โดยเน้นไปที่ 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการปรับน้ำหนักดัชนี MSCI Global Small Cap ซึ่งจะมีผลในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ ได้แก่ บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT และ บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG แต่ให้หลีกเลี่ยง บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ที่ถูกนำออกจากดัชนี
นอกจากนี้ ยังแนะนำกลุ่มค้าปลีกและอุปโภคบริโภคที่เตรียมรับอานิสงส์เชิงบวกจากการเปิดลงทะเบียนใช้สิทธิโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทยพลัส” โดยมีหุ้นเด่นที่น่าสนใจ ได้แก่ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT, บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC, บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP และ บริษัท มาเธอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ MOTHER
สำหรับปัจจัยสนับสนุนที่ส่งผลดีต่อทิศทางตลาดหุ้น มาจากความคืบหน้าเชิงบวกในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลดลงและเป็นผลดีต่อต้นทุนพลังงานในภาพรวม ขณะเดียวกัน สัญญาณเศรษฐกิจในประเทศยังฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง นำโดยเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดธุรกิจไทยอย่างต่อเนื่องกว่า 1.29 แสนล้านบาทในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 124% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับภาคการส่งออกในไตรมาสแรกที่ขยายตัวโดดเด่นถึง 17% จากแรงขับเคลื่อนหลักของสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าเกษตร ส่งผลให้ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ EXIM Bank ตัดสินใจปรับเพิ่มเป้าหมายการส่งออกของไทยในปีนี้ก้าวกระโดดขึ้นเป็น 7% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้เพียง 0-2%
ด้านทิศทางเศรษฐกิจโลกยังได้รับแรงหนุนจากตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานของสหรัฐฯ ที่ลดลงสู่ระดับ 209,000 ราย ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ รวมถึงท่าทีของสหรัฐฯ ที่ออกมายืนยันว่าจะไม่ใช้กำลังทหารเข้ายึดพื้นที่กรีนแลนด์ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงมีปัจจัยท้าทายที่ต้องเฝ้าระวัง ทั้งกรณีที่ผู้นำอิหร่านสั่งระงับการส่งออกคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกโจมตี และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์รอบใหม่จากการที่สหรัฐฯ ตั้งข้อหาอดีตประธานาธิบดีคิวบา ซึ่งสะท้อนความขัดแย้งระหว่างสองประเทศตั้งแต่ยุคสงครามเย็น โดยประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนระบอบการปกครองในคิวบา ตลอดจนแผนการส่งกำลังทหารสหรัฐฯ เพิ่มเติมไปยังประเทศโปแลนด์อีก 5,000 นาย
ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET ได้เปิดเผยผลประกอบการของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2569 พบว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยและเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด ทำให้ยอดโอนในกลุ่มคอนโดมิเนียมระดับกลางถึงล่างเกิดการชะลอตัว โดยมีเพียงยอดโอนสินค้าแนวราบระดับบนเท่านั้นที่ยังคงสามารถเติบโตได้
ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์นี้นักลงทุนยังคงต้องติดตามการรายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างใกล้ชิด ทั้งการแถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ BOT ในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ รวมไปถึงการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจของต่างประเทศ ทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค การจ้างงาน การประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาสแรกของสหรัฐฯ และรายงานกำไรภาคอุตสาหกรรมของประเทศจีน

