TK พุ่งโชว์ 14% สวนโบรกฯชี้ซื้อ”เงินติดล้อ”เสี่ยงเพิ่มทุน-กู้แบงก์

TK พุ่งโชว์ 14% สวนโบรกฯชี้ซื้อ"เงินติดล้อ"เสี่ยงเพิ่มทุน-กู้แบงก์โดย ณ เวลา 11.34 น. อยู่ที่ระดับ 14.20 บาท บวก 1.70 บาท หรือ 13.60% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 76.48 ล้านบาท


บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK ณ เวลา 11.34 น. อยู่ที่ระดับ 14.20 บาท บวก 1.70 บาท หรือ 13.60% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 76.48 ล้านบาท ราคาหุ้นปรับตัวแรงในรอบ 2 เดือน โดยนับตั้งแต่หุ้นเคยขึ้นไปทดสอบระดับ 14.20 บาท เมื่อวันที่ 23 มี.ค.61

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า  แหล่งข่าวกล่าวว่า BAY จะขายธุรกิจลิสซิ่ง ซึ่งคาดว่าจะเป็นบริษัทเงินติดล้อ พร้อมลือว่า TK สนใจซื้อ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา โดยสินทรัพย์ของเงินติดล้อใหญ่กว่าของ TK  ปัจจุบันเงินติดล้อมี 593 สาขา ผู้บริหารคาดว่าจะเพิ่มอีก 200 สาขาในปีนี้  ถ้า TK ซื้อกิจการเงินติดล้อจริงก็อาจจะต้องใช้ทั้งเพิ่มทุนและเงินกู้ยืม

เกี่ยวกับ TK – บริษัทเน้นปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ โดยมีสินทรัพย์รวมประมาณ 1 หมื่นล้านบาท สัดส่วนหนี้สินต่อทุน 1.08 เท่า ณ สิ้นมี.ค.61 ด้านรายได้ปี 60 อยู่ที่ 3.6 พันล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 467 ล้านบาท (EPS : 0.93 บาท/หุ้น) ส่วนในไตรมาส 1/61 มีรายได้ 958 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 112 ล้านบาท (EPS : 0.22 บาท/หุ้น) บริษัทมีความสามารถในการทำกำไรดีและมีเสถียรภาพ โดยอัตรากำไรสุทธิปี 58- ไตรมาส 1/61 อยู่ที่ 11.7-12.8%

ในด้าน Valuation หุ้น TK มี P/E 13 เท่า และ P/BV 1.3 เท่า ต่ำกว่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมและถือว่าไม่แพง แต่หากบริษัทจะต้องลงทุนขนาดใหญ่เพื่อซื้อกิจการ ก็มีความเสี่ยงที่จะต้องเพิ่มทุน 

บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์ TK([email protected]) กำไรสุทธิไตรมาส 1/61 ต่ำกว่าคาด 4% อยู่ที่ 112 ล้านบาท ลดลง 2.9% เทียบไตรมาสก่อน (แต่ยังเพิ่มขึ้น 7.8% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) คาดเป็นผลจากการเปิดสาขาเพิ่ม (ขยายธุรกิจในต่างประเทศที่ลาว และกัมพูชา) ส่วนธุรกิจหลักยังเติบโตได้ดี ขณะเดียวกันต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายทรงตัว และ Yield เพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มสินเชื่อ ทำให้ spread สูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยประเมินไว้

สำหรับภาพรวมคุณภาพสินทรัพย์ พบว่าสัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สำหรับทั้งปีมีมุมมองยังเติบโตได้ดี หนุนด้วยภาวะอุตสาหกรรมที่ยังเป็นไปในทิศทางบวกต่อเนื่องจากปี 2560

Back to top button