ASIAN มุ่งเน้นการเติบโต

พูดถึง ASIAN ถือเป็นบริษัทที่มุ่งเน้นการเติบโต โดยมีการตั้งเป้ารายได้ปี 2562 เติบโตอีก 11% หลังจากธุรกิจอาหารสัตว์น้ำที่กลับมาฟื้นตัวจากปีก่อนที่แย่และธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่ยังเติบโตดีต่อเนื่อง

คุณค่าบริษัท

พูดถึง บริษัท ห้องเย็นเอเชี่ยน ซีฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ ASIAN ถือเป็นบริษัทที่มุ่งเน้นการเติบโต โดยมีการตั้งเป้ารายได้ปี 2562 เติบโตอีก 11% หลังจากธุรกิจอาหารสัตว์น้ำที่กลับมาฟื้นตัวจากปีก่อนที่แย่และธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่ยังเติบโตดีต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การลงทุนธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงประเภทเม็ด 100 ล้านบาท ซึ่งในเบื้องต้นคาดว่าจะเป็นการซื้อกิจการในธุรกิจประเภทนี้ในต่างประเทศ แม้ว่าจะเป็นเม็ดเงินจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับยอดขายระดับหมื่นล้านบาท แต่มีโอกาสที่จะเป็นจุดเริ่มต้น ซึ่งถือว่าเป็นการขยายฐานธุรกิจที่สำคัญ และมีโอกาสเติบโตในอนาคต

ส่วนการลงทุนคลังสินค้าอัตโนมัติจะเป็นการช่วยหนุนระยะยาว ซึ่งบริษัทตั้งเป้าลงทุนในคลังสินค้า 240-280 ล้านบาท โดยใช้เงินทุนภายใน แม้ว่าจะไม่ได้ส่งผลให้ต้นทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่จะส่งผลให้การขนส่งสินค้าทำได้รวดเร็วขึ้นและช่วยแก้ปัญหาคอขวด ทำให้ระยะเวลาในการขนส่งลดลง และช่วยลดการใช้เงินทุนหมุนเวียน

ขณะที่ด้านธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงยังคงเติบโตต่อเนื่อง บริษัทประเมินรายได้ที่ 3,600 ล้านบาท หรือเติบโต 16% จากปีก่อน ซึ่งธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงยังเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรดีกว่าธุรกิจส่วนใหญ่ของบริษัทมาก อัตรากำไรสูงกว่าธุรกิจส่วนใหญ่ของบริษัทประมาณเท่าตัว ทำให้การเติบโตของธุรกิจนี้จะส่งผลบวกต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิโดยตรง

ในส่วนทางด้านค่าเงินบาทที่ผันผวนกระทบในส่วนของสต๊อกสินค้า บริษัทมียอดส่งออกประมาณ 77% ของรายได้ทั้งหมด และโดยปกติบริษัททำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อล็อกความเสี่ยงเรื่องค่าเงินบาทไปทั้งจำนวน เนื่องจากบริษัทใช้นโยบายว่าเป็นต้นทุนของบริษัท แต่ความเสี่ยงเรื่องค่าเงินบาทจะมาจากสต๊อกสินค้าจากการแปลงค่าเงินเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทตั้งแต่ต้นไตรมาส 1 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าไม่มากเพียง 2% หากปิดสิ้นไตรมาส ไม่แตกต่างจากระดับนี้มากนัก จึงไม่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทมากนัก

อย่างไรก็ตาม แบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงของตนเองช่วยเพิ่มอัตรากำไร เบื้องต้นบริษัทยังไม่ได้ตั้งเป้าอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้น จากการมีแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงเป็นของตนเองนัก เนื่องจากอยู่ในช่วงของการสร้างแบรนด์และช่วงลงทุน แต่ในระยะยาวหากแบรนด์ “มาเรีย” ที่เน้นตลาดในประเทศ และแบรนด์ “มองชู” ที่จะขายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศจีน ประสบความสำเร็จ อัตรากำไรมีโอกาสเพิ่มขึ้นกว่าการที่เป็น OEM อย่างมีนัยสำคัญและการสร้างแบรนด์ในครั้งนี้บริษัทใช้งบลงทุนยังไม่มากนัก

ทั้งนี้ ASIAN มีสัดส่วนของกำไรบริษัทปัจจุบันมากกว่าครึ่งหนึ่งมาจากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีกำไรสม่ำเสมอ และเป็นผู้รับจ้างผลิต (OEM) ให้กับแบรนด์ชั้นนำในต่างประเทศ ซึ่งโดยปกติธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงซื้อ-ขายที่ P/E มากกว่า 15-18 เท่า ทำให้การซื้อขายของบริษัทที่ระดับ P/E 10.30 เท่ายังถือว่าต่ำ และไม่สะท้อนธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่เป็นตัวสร้างกำไรหลักให้ธุรกิจ รวมถึงการเติบโตที่มีต่อเนื่องทั้งในปีนี้และปีหน้า

ผลดังกล่าวส่งผลให้ทางนักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 11.39 บาท

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. นายสมศักดิ์ อมรรัตนชัยกุล 277,319,671 หุ้น 51.10%
  2. นายสมชาย อมรรัตนชัยกุล 70,515,000 หุ้น 12.99%
  3. น.ส.ศิริพัชร์ อมรรัตนชัยกุล 28,597,000 หุ้น 5.27%
  4. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 13,880,772 หุ้น 2.56%
  5. นางจิรัญญา อมรรัตนชัยกุล 12,667,450 หุ้น 2.33%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายสมศักดิ์ อมรรัตนชัยกุล ประธานกรรมการ, ประธานกรรมการบริหาร, กรรมการผู้จัดการ
  2. นายสมชาย อมรรัตนชัยกุล กรรมการ
  3. นายเอกราช พรรณสังข์ กรรมการ
  4. นางสุรีย์ จันทร์สวัสดิ์ กรรมการ
  5. นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ กรรมการ