EPG ร่วงกว่า 8% ทำ “ออลไทม์โลว์” ฟากโบรกฯหั่นเป้าเหลือ 6.50 บ. ชี้ผลงานโตต่ำคาด

EPG ร่วงกว่า 8% ทำ "ออลไทม์โลว์" ฟากโบรกฯหั่นเป้าเหลือ 6.50 บ. ชี้ผลงานโตต่ำคาด โดย ณ เวลา 16.30 น. อยู่ที่ระดับ 5.55 บาท ลบ 0.50 บาท หรือ 8.26% สูงสุดที่ระดับ 6 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 5.55 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 64.15 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ณ เวลา 16.30 น. อยู่ที่ระดับ 5.55 บาท ลบ 0.50 บาท หรือ 8.26% สูงสุดที่ระดับ 6 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 5.55 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 64.15 ล้านบาท โดยราคาหุ้นปรับตัวลดลงทำจุดต่ำสุดตั้งแต่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์

ด้านบทวิเคราะห์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 6.50 บาท จากเดิมที่ 8.40 บาท เนื่องจากมีการปรับลดกำไรสุทธิปี 2563 ลง และปรับลด PER 2563 เป็น 16 เท่า จากเดิมที่ PER 18 เท่า เนื่องจากแนวโน้มการเติบโตของผลการดำเนินงานที่ช้าลง รวมถึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ จากแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 4/62 (สิ้นสุด 31 มี.ค.62) ที่จะลดลงค่อนข้างมาก

ขณะที่ราคาหุ้นมีการปรับตัวลดลง 18% ในช่วง 3 เดือน จากความกังวลด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่เงินบาทแข็งค่า และราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจะกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ซึ่งราคาหุ้นได้ปรับตัวลงสะท้อนความเสี่ยงไปบ้างแล้ว

ทั้งนี้ ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 4/62 (ม.ค.-มี.ค.62) ที่ 160 ล้านบาท (ลดลง 31% จากปีก่อน, ลดลง 29% จากไตรมาสก่อน) ต่ำกว่าที่เคยประเมินว่าจะกลับมาเติบโตทั้งจากปีก่อนและไตรมาสก่อน เนื่องจากผลการดำเนินงานของทั้ง 3 ธุรกิจหลักยังชะลอตัว ทั้ง Aeroflex (ฉนวนกันความร้อน/เย็น), Aeroklas (ชิ้นส่วนรถยนต์) และ EPP (บรรจุภัณฑ์) และจะมีการบันทึกค่าใช้จ่าย Employee Benefit ราว 50 – 60 ล้านบาท

ส่งผลให้ปรับลดกำไรสุทธิปี 2561 (เม.ย.61-มี.ค.62) ลงจากเดิม 14% เป็น 953 ล้านบาท -4% จากปีก่อน และปรับลดกำไรสุทธิปี 2563 (เม.ย.62-มี.ค.63) ลงจากเดิม 15% เป็น 1.1 พันล้านบาท เนื่องจากธุรกิจ TJM ในออสเตรเลียยังมีแนวโน้มขาดทุนต่อ และ EPP ที่ยังฟื้นตัวช้ากว่าคาดมาก แต่ยังเติบโตได้ 16% จากปีก่อน จากฐานต่ำในปีก่อนที่มีการบันทึกค่าใช้จ่าย Employee Benefit ซึ่งเป็นค่าใช้จ่าย One-time