ARIN ดีดกลับ 2% ลุ้นรายได้ปี 62 โตกระฉูดเท่าตัวหลังตุนแบ็คล็อกแน่น-เปิดโครงการต่อเนื่อง

ARIN ดีดกลับ 2% ลุ้นรายได้ปี 62 โตกระฉูดเท่าตัวหลังตุนแบ็คล็อกแน่น-เปิดโครงการต่อเนื่อง โดย ณ เวลา 10.04 น. อยู่ที่ระดับ 1.46 บาท บวก 0.03 บาท หรือ 2.10% สูงสุดที่ระดับ 1.48 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 1.45 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 13.48 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท อรินสิริ แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ ARIN ณ เวลา 10.04 น. อยู่ที่ระดับ 1.46 บาท บวก 0.03 บาท หรือ 2.10% สูงสุดที่ระดับ 1.48 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 1.45 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 13.48 ล้านบาท

โดยราคาหุ้น ARIN ปรับตัวขึ้นในแดนบวก หลังงานนี้ปิดเทรดวันแรกที่ระดับ 1.43 บาท รับข่าว พล.ต.อ.วีรพงษ์ ชื่นภักดี ประธานกรรมการ ARIN เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2562 จะมีรายได้เติบโตเท่าตัวจากปีที่มีรายได้รวม 382.03 ล้านบาท เบื้องต้นประเมินจะมียอดโอนกรรมสิทธิ์ 800 ล้านบาท จากการส่งมอบโครงการที่มีอย่างต่อเนื่อง ยอดโอนกรรมสิทธิ์ช่วงครึ่งปีหลังจะดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากบริษัทมีเงินทุนในการพัฒนาโครงการเพื่อส่งมอบให้กับลูกค้า

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ในมือมูลค่ารวมประมาณ 400 ล้านบาท จะทยอยรับรู้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบริษัทยังมีสินค้าเหลือขายจาก 3 โครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและขาย ซึ่งทั้ง 3 โครงการมีมูลค่าโครงการรวม 2,400 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายแล้วเฉลี่ยประมาณ 50%

สำหรับกรณีราคาหุ้นช่วงเปิดตลาดที่ปรับตัวลดลงมาจากราคาจองซื้อหุ้นไอพีโอนั้นเป็นเพราะเพิ่งเริ่มการซื้อขายวันแรก จึงทำให้ราคาหุ้นอาจจะแกว่งตัวบ้าง ซึ่งหากดูจากพื้นฐานของธุรกิจปกติแล้ว ผลประกอบการกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะออกมาดีอย่างชัดเจนในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ของทุกปี แต่ปัจจุบันเพิ่งจบไตรมาส 2/2562

“เป็นธรรมดาของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในช่วงครึ่งปีแรกจะไม่ค่อยดี แต่จะเริ่มเห็นความชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง หากเราได้เงินจากการระดมทุนเข้ามาเร็ว การก่อสร้างโครงการต่าง ๆ ก็จะเดินหน้าได้รวดเร็วมากขึ้น เป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตาม ในปี 2562 บริษัทยังคงมั่นใจว่าผลประกอบการจะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้” พล.ต.อ.วีรพงษ์ กล่าว

สำหรับเงินระดมทุนจำนวน 270 ล้านบาทบริษัทจะนำไปใช้ชำระคืนหนี้จากการออกตราสารหนี้จำนวน 100 ล้านบาท เพื่อลดอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) โดย ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2562 ที่ผ่านมา บริษัทมี D/E ratio อยู่ที่ระดับ 2.28 เท่า ซึ่งหลังจากมีการชำระตราสารหนี้ดังกล่าวในช่วงเดือนธันวาคม 2562 จะทำให้ D/E ratio ลดลงอยู่ในระดับกว่า 1 เท่า และจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงเงินทุนได้เพิ่มขึ้น

ส่วนที่เหลือ 170 ล้านบาทจะใช้เป็นเงินทุนสำหรับพัฒนาโครงการและลงทุนในที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการในอนาคต และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจในช่วงปี 2562-2563

คำค้น