รอช้อนหุ้น

*ในเมื่อแรงซื้อหุ้นเริ่มหดหาย แถมผู้เล่นแสดงอาการแทงกั๊ก “โมนิก้า” ถึงไม่แปลกใจที่เห็นดัชนีแกว่งตัวไป ๆ มา ๆ ก่อนจะทรุดตัวลงมาปิดที่ 1,718.85 จุด ลบไป 9.13 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.26 หมื่นล้านบาท เพราะมันเป็นไฟต์บังคับที่นักเล่นต้องชิงขายเพื่อลดความเสี่ยงออกมาก่อน จึงมีความเป็นไปได้ที่ดัชนีจะอ่อนตัวลงมายังเส้นแนวรับ 25 บริเวณ 1,715 จุด ซึ่งเป็นจุดที่ดัชนีเคยเด้งกลับให้เห็นมาแล้วหลายครั้งนะจ๊ะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*ในเมื่อแรงซื้อหุ้นเริ่มหดหาย แถมผู้เล่นแสดงอาการแทงกั๊ก “โมนิก้า” ถึงไม่แปลกใจที่เห็นดัชนีแกว่งตัวไป ๆ มา ๆ ก่อนจะทรุดตัวลงมาปิดที่ 1,718.85 จุด ลบไป 9.13 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.26 หมื่นล้านบาท เพราะมันเป็นไฟต์บังคับที่นักเล่นต้องชิงขายเพื่อลดความเสี่ยงออกมาก่อน จึงมีความเป็นไปได้ที่ดัชนีจะอ่อนตัวลงมายังเส้นแนวรับ 25 บริเวณ 1,715 จุด ซึ่งเป็นจุดที่ดัชนีเคยเด้งกลับให้เห็นมาแล้วหลายครั้งนะจ๊ะ

*ขณะเดียวกันหากมองในมุมของนักลงทุนขี้กลัวเป็นที่ตั้ง “โมนิก้า” ย่อมเผื่อใจการอ่อนตัวลงเที่ยวนี้มีสิทธิลงไปถึง 1,680 จุด ซึ่งเป็นจุดรับของสำคัญของการเล่นรอบสั้น ๆ แถมยังเป็นจุดที่มีความเสี่ยงในการเล่นค่อนข้างต่ำ ส่งผลให้การเล่นเที่ยวนี้เป็นจังหวะของการช้อนหุ้นมากกว่าเฮโลตามกันไป และต้องไม่ลืมว่า ช่วงนี้เป็นห้วงเวลาของการประกาศงบไตรมาส 2 ซึ่งจะทำให้ตลาดหุ้นไทยเผชิญกับเหตุการณ์ sell on fact ถี่ขึ้นเรื่อย ๆ จึงต้องตรียมตัวรับแรงกระแทกนะคะ

*ผนวกกับตัวแปรต่าง ๆ ที่เคยมองไว้ก่อนหน้านี้ เริ่มไม่เป็นเหมือนกับที่มีการประเมินไว้ก่อนหน้านี้ “โมนิก้า” ถึงมีความจำเป็นต้องออกมาบอกเล่าให้แฟนคลับได้รับรู้ว่า อย่าหลงไปเล่นเกมของคนอื่นเป็นอันขาด เพราะเกมหุ้นเดินมาถึงจุดเปลี่ยนที่ต้องใช้ความไวในการเล่นเป็นที่ตั้ง แถมได้เห็นพฤติกรรมการโยกหุ้นเล่นกันไปเรื่อย ๆ ยิ่งต้องจับทางการเคาะขวาให้แม่นขึ้นกว่าเดิมแบบนี้ ห้ามลังเลเป็นอันขาดเจ้าค่ะ

*เหมือนกับการขึ้นรับข่าวของหุ้น DTAC ก็เป็นช็อตสำคัญที่นักเล่นต้องประเมินตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่า การขึ้นมาเต็มแวลูที่เกจิอาจารย์ดังประเมินไว้ แต่หุ้นยังวิ่งขึ้นมาปิดที่ 56.75 บาท บวกไป 0.75 บาท หรือขึ้นไป 1.34% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.57 พันล้านบาท ยังเหลือแก๊ปให้หุ้นวิ่งต่ออีกไหม ? “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่นักเล่นต้องไปติดตามดูกันเอาเองว่า ยังมีทีเด็ดอะไรที่จะทำให้หุ้นวิ่งอีกหรือเปล่า ? ซึ่งจะเป็นคำตอบที่บอกให้รู้ว่า หุ้นควรไปต่อไหม ?

*เช่นเดียวกับในรายของ TISCO กระชากขึ้นมาปิดที่ 97 บาท บวกไป 1.75 บาท หรือขึ้นไป 1.84% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 992 ล้านบาท ล้วนเป็นช็อตที่เกิดจากผลงานเข้าตากรรมการสุด ๆ ผนวกกับหุ้นยังเทรดอยู่แค่ระดับ P/E 10 เท่า บรรดานักเล่นเลยกระโจนเข้าใส่แบบไม่คิดชีวิต หลังราคาเป้าหมายที่ผู้รู้ให้ไว้อยู่แถว 105 บาทเป็นอย่างต่ำ แถมยังได้ยินข่าวแว่ว ๆ อาจมีการปรับเป้าขึ้นอีกด้วยอย่างนี้..ลุยโลดเลยจ้า !

*ส่วนที่ลุ้นไม่ขึ้นจริง ๆ “โมนิก้า” คงโฟกัสไปที่หุ้นปูนใหญ่ SCC กระชากขึ้นไปแตะระดับ 480 บาท ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่สุดท้ายก็ลงมานอนนิ่งแถวราคา 450 บาท เป็นประจำ เดี๊ยนถึงมองความเป็นไปได้ที่หุ้นจะดีดตัวขึ้นอีกรอบในไม่ช้า แต่ถึงกระนั้นต้องเผื่อใจไว้บ้างเล็กน้อย เพราะการลงมายืนปิดที่ 454 บาท ลบไป 4 บาท หรือลงไป 0.87% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.21 พันล้านบาท ท่ามกลางบรรยากาศผันผวน มันมีเรื่องให้ลุ้นเสียวจริง ๆ นะจ๊ะ

*ไหน ๆ เม้าท์ถึงเรื่องที่ต้องลุ้นเสียวขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ขอหันไปมองพ่อดอกมะลิ JAS เพื่อทำความเข้าใจกับนักเล่นอีกนิดหนึ่งว่า การขึ้นมายืนปิดที่ 7.75 บาท บวกไป 0.10 บาท หรือขึ้นไป 1.31% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 722 ล้านบาท มันเป็นผลมาจากเรื่องขายสินทรัพย์เข้ากองทุนได้ตามแผน บรรดาผู้รู้เลยประเมินกันว่า น่าจะมีการปันผลพิเศษไม่น้อยกว่า 1 บาท หรือคิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทนเกิน 10% แบบนี้..ใส่กันยาวแน่ ๆ เจ้าค่ะ

*ส่วนหุ้นที่ขึ้นรอบใหม่อย่าง GUNKUL ถือเป็นช็อตที่น่าสนใจไม่ใช่น้อยเหมือนกัน เพราะการกลับเข้ามาในครั้งนี้เต็มไปด้วยสตอรี่สวยหลายเรื่อง บวกกับแรงซื้อที่เข้ามาในช่วงหลัง ๆ ค่อนข้างหนาแน่น วานนี้ถึงเห็นหุ้นขึ้นมานยืนปิดที่ 3.14 บาท บวกไป 0.04 บาท หรือขึ้นไป 1.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 385 ล้านบาท “โมนิก้า” ถึงเชื่อว่า หุ้นมีโอกาสวิ่งกลับขึ้นไปหายอดเก่าบริเวณราคา 3.30 บาท ได้แบบสบาย ๆ ไงล่ะคะ

*EPG เป็นอีกรายที่มีการไล่ราคาดุเดือดเลือดพล่าน จนราคาหุ้นเปิดกระโดดมาที่ระดับ 7.05 บาท ก่อนจะปิดเกมของวันไปที่ราคา 7.20 บาท บวกไป 0.40 บาท หรือขึ้นไป 5.88% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 280.92 ล้านบาท “โมนิก้า” ยังมองช็อตที่ต้องตามไปดูต่ออย่างใกล้ชิด เพราะการวิ่งขึ้นมาในครั้งนี้ มันมีเรื่องของกำไรโตเข้ามาเกี่ยวข้องเต็ม ๆ จึงกลายเป็นหุ้นที่เดี๊ยนอยากจะเม้าท์ถึงมากสุดนะจะบอกให้

*ปิดท้ายที่หุ้นโรงพยาบาลอย่าง BDMS ระหว่างวันมีแรงซื้อเข้ามาอย่างหนาแน่น จนหุ้นขึ้นไปทำจุดสูงสุดของวันที่ระดับ 25.25 บาท แต่ช่วงท้ายแรงซื้อเริ่มแผ่วและกลายเป็นแรงขายเข้ามาแทนที่ “โมนิก้า” มองว่าการที่หุ้นถูกลากขึ้นไป 3% และมาลงเอยที่ราคา 24.80 บาท เหลือบวก 0.30 บาท หรือขึ้นไปเพียง 1.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 823 ล้านบาท เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าการขึ้นรอบนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิดเจ้าค่ะ