เปิดโผ 5 หุ้นตัวท็อป SET แรลลี่ยาว! โชว์ 8 เดือนโกยรีเทิร์นเกิน 100%  

เปิดโผ 5 หุ้นตัวท็อป SET แรลลี่ยาว! โชว์ 8 เดือนโกยรีเทิร์นเกิน 100%  

ทิศทางการลงทุนในช่วง 8 เดือนแรกปี 2562 จะพบว่าดัชนีในเดือนสิงหาคมมีการปรับตัวลงต่อเนื่องและหลุดระดับ 1700 จุด เนื่องจากนักลงทุนกังวลปัจจัยสงครามการค้า,การประท้วงในฮ่องกงและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในครึ่งปีแรก2562 ทำให้กลุ่มหุ้นพื้นฐานปรับตัวลงแรง

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองฮ่องกงผ่อนคลายขึ้น หนุนให้ Fund Flow ที่ไหลออกจากตลาดหุ้นในภูมิภาคชะลอลง ส่งผลให้ทิศทางตลาดหุ้นไทยเริ่มฟื้นตัวอีกครั้งและคาดว่าแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่จะกลับมาน่าสนใจอีกครั้งในช่วงก่อนปิดงบไตรมาส 3/62

ดังนั้นทีมข่าว “ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” จึงทำการสำรวจ กลุ่มหุ้น SET ในช่วง 8 เดือนที่มานำเสนอโดยเรียงลำดับจากหุ้นปรับตัวขึ้นมากสุดไปหาน้อยสุดซึ่งครั้งนี้จะนำเสนอ 5 หุ้นที่ปรับตัวแรงเกิน 100%  ดังตารางประกอบ

อันดับ 1 บริษัท อิชิตันกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI เป็นหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงสูงสุดในกลุ่ม SET โดยราคาหุ้นในช่วง 8 เดือนปรับตัวขึ้นถึง 160.07%  จากยืนที่ระดับ 2.98 บาท ณ วันที่ 28 ธ.ค.61 ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 7.75 บาท ณ วันที่ 30ส.ค.62

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ICHI (BUY, TP20F THB 9.05): ผู้บริหารได้ให้มุมมองที่ Positive ขึ้นมากต่อภาพรวมธุรกิจ ด้วยกัน 4 ประเด็น เริ่มจาก 1) ยอดขายรวมเติบโตสูง +23.4% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากยอดขายในประเทศที่เติบโตดีจากชา ชิซึโอกะ เป็นหลัก โดยในไตรมาส 2/62 ยอดจำหน่าย ชิซึโอกะ เติบโตเป็น 10.6% ของยอดขายรวม ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เร่งตัวจาก มาร์จิ้นที่สูงกว่าสินค้าประเภทอื่น และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากการเพิ่มสินค้าใน Modern trade ประเภทต่างๆ และมีแนวโน้มนำสินค้าเข้า Traditional trade ในอนาคต

 

อันดับ 2 บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART โดยราคาหุ้นในช่วง 8 เดือนปรับตัวขึ้นถึง 151.05%  จากยืนที่ระดับ 4.74  บาท ณ วันที่ 28 ธ.ค.61 ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 11.90 บาท ณ วันที่ 30 ส.ค.62

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ ประเมินราคาเป้าหมาย JMART ที่ 15.30 บาท/หุ้น คิดเป็น PER ปี 2562 ที่ 21.5 เท่า อยู่ที่ระดับ -0.1SD ขึ้นเครื่องหมาย XD ปันผลเป็นหุ้นในอัตรา 4.26 หุ้นเดิม: 1 หุ้นใหม่ วันที่ 25 ก.ย.2562

ส่วนแนวโน้มผลประกอบการครึ่งหลังปี 2562 จะขยายตัวเด่นเมื่อเทียบจากครึ่งแรกปี 2562 โดยได้แรงหนุนหลักจาก JMT รับรู้รายได้จากพอร์ตที่ตัดต้นทุนแล้วเสร็จและ SINGER เร่งตัวปล่อยสินเชื่อ C4C หลังได้รับเงินเพิ่มทุน หนุนกำไร JMART ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 520.9 ล้านบาท

ขณะเดียวกันประเด็นการเปิดตัว iPhone 11 ใหม่ ราคาขายเหมาะสมมากขึ้น หนุนยอดขาย J Mobile เติบโต ผนวกกับแนวโน้มกำไรไตรมาส 3/62 จะยังเติบโตเด่นทั้งเมื่อเทียบจากปีก่อนและเมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน

 

อันดับ 3 บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTGาคาหุ้นในช่วง 8 เดือนปรับตัวขึ้นถึง 150.00%  จากยืนที่ระดับ 8.60 บาท ณ วันที่ 28 ธ.ค.61 ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 21.50 บาท ณ วันที่ 30 ส.ค.62

บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(2ก.ย.62) บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG (ซื้อเก็งกำไร/เป้า IAA Consensus 23.5 บาท) ได้ Sentiment จากข่าวกบง.กำหนดให้น้ำมันดีเซล B10 เป็นน้ำมันเกรดมาตรฐานแทน B7 คาดหนุนความต้องการใช้ไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นมอง PTG ได้ประโยชน์มากสุดเพราะมีสถานีบริการเป็นของตนเอง ทำให้มีดีมานด์รองรับ และไม่ถูกกดราคาจากผู้ซื้อตามมาตรา 7 (กลุ่มสถานีบริการ)

อนึ่งที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เห็นชอบส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 ทดแทนน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา B7 ขยายเวลาลดส่วนต่างราคาขายปลีก (B10ต่ำกว่าB7 ที่ 2 บ./ลิตรและ B20 ต่ำกว่า B7 ที่ 3 บ./ลิตร) มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.62 เป็นต้นไป พร้อมเห็นชอบการบังคับใช้ B10 เป็นน้ำมันดีเซลหมุนเร็วเกรดพื้นฐาน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.63 โดยให้น้ำมัน B7 และ B20 เป็นทางเลือก

 

อันดับ 4 บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG ราคาหุ้นในช่วง 8 เดือนปรับตัวขึ้นถึง 149.50%  จากยืนที่ระดับ 30.75 บาท ณ วันที่ 28 ธ.ค.61 ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 76.75 บาท ณ วันที่ 30 ส.ค.62

บล.ทิสโก้ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คาดกำไรสุทธิ ไตรมาส 2/62 อยู่ที่ 533 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้ง +154% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และ +27%เทียบไตรมาสก่อนหน้า จากอัตรามาร์จิ้นที่ดีขึ้นทั้งในและต่างประเทศ เราคาดยอดขายอยู่ที่ 3,736 ล้านบาท (+3%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน, +11%เทียบไตรมาสก่อนหน้า) จากการคาดรายได้ในประเทศในกลุ่มเครื่องดื่มพลังงานเพิ่มขึ้น 3%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามตลาดอุตสาหกรรมเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นจากช่วง high season ฤดูร้อน

ด้านยอดขายส่งออกเราคาดเพิ่มขึ้น 6%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (สัดส่วนรายได้ส่งออกคาด 47% ของรายได้รวม) โดยยอดขายที่เพิ่มขึ้นมาจากประเทศกัมพูชาเป็นหลัก คาดยอดขายจีนใน ไตรมาส 2/62 อยู่ที่ 30 ล้านหน่วย เริ่มเพิ่มขึ้นเนื่องจากผ่านช่วงโลว์ซีซั่นหน้าหนาวในจีนแล้ว

ในขณะที่คาดอังกฤษยอดขายยังทรงตัวจากช่วงสร้างแบรนด์ คาดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงอยู่ที่ 20% จาก 25%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการลดค่าใช้จ่ายการตลาด และคาดอัตรามาร์จิ้นดีขึ้นอยู่ที่ 37% จาก 32%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการปรับสูตรความหวานน้ำตาลลดลงและอัตรากำลังการผลิตกระป๋องที่เพิ่มขึ้น เราคาดรับรู้ขาดทุนจากอังกฤษ ICUK ที่ 110 ล้านบาท ใกล้เคียงในไตรมาส1/62 แต่ลดลงจากไตรมาส 2/61 ที่ 272 ล้านบาท

ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” จากผลประกอบการเติบโตแบบก้าวกระโดดในปีนี้เป็ต้นไป จากอัตราทำกำไรที่เพิ่มขึ้นและการลดค่าใช้จ่ายในอังกฤษลง เราปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็นปี 2020 อยู่ที่ 87.50 บาท จาก 70.75 บาท อ้างอิง PER +2STDV ที่ 31X จากโอกาสการเติบโตของการส่งออก ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PER20F ที่ 27.8X เทียบเท่า PEG20F ที่ 1.2X ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มเครื่องดื่มที่ 2.2X และ ROE20F อยู่ที่ 30.5% มากกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 13.2%

 

อันดับ 5 บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TQM ราคาหุ้นในช่วง 8 เดือนปรับตัวขึ้นถึง 114.91%  จากยืนที่ระดับ 22.80 บาท ณ วันที่ 28 ธ.ค.61 ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 49.00 บาท ณ วันที่ 30 ส.ค.62

บล.บัวหลวง ระบุว่า TQM ประเด็นสำคัญจากการประชุมนักวิเคราะห์มีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นจากผลประกอบการในครึ่งหลังปี 2562 จากความสามารถขายเบี้ยประกันภัยและประกันชีวิตมากขึ้นครึ่งแรกของปีและต่อเนื่องในครึ่งหลังผ่านความร่วมมือออกสินค้าใหม่กับเมืองไทยประกันภัยรวมถึงการซื้อ TJN insurance broker ในเดือนก่อนช่วยเพิ่มเบี้ยรับ

เชื่อว่า TQM สามารถทำกำไรดีตามประมาณการเราปีนี้และกิจการมีอัพไซด์จากประมาณการเราปีหน้าจากธุรกิจใหม่ อันมาจากเบี้ยประกันที่มากกว่าเราคาดและจากรายได้คอมมิชชั่น  แนวโน้มดังกล่าวทำให้เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้น สำหรับกำไรครึ่งปีหลังและปีหน้า คงคำแนะนำ “ซื้อ” TQM

ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน