
KCE เจ้า (ของ) เก็บหุ้น.!
คงเห็นกันอยู่ทนโท่..!! แล้วว่าการปรับขึ้นที่ร้อนแรงของหุ้นเทคโนโลยีโลกในยุคที่ AI ครองเมือง พลอยฉุดกระชากให้หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในบ้านเราพุ่งแรงแซงทางโค้งไปด้วย
คงเห็นกันอยู่ทนโท่..!! แล้วว่าการปรับขึ้นที่ร้อนแรงของหุ้นเทคโนโลยีโลกในยุคที่ AI ครองเมือง พลอยฉุดกระชากให้หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในบ้านเราพุ่งแรงแซงทางโค้งไปด้วย โดยเฉพาะหุ้นชิ้นส่วนอิเล็กฯ ที่เป็นซัพพลายเชนให้กับบริษัทระดับโลก ซึ่งจะได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากความต้องการในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) และเม็ดเงินลงทุนในเทคโนโลยี AI ที่เติบโต…
หุ้นผู้นำกลุ่มนี้คงหนีไม่พ้นบริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ซึ่งปัจจุบันครองมาร์เก็ตแคปสูงสุดของตลาดหุ้นไทยที่ 4.31 ล้านล้านบาท ในขณะที่บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA และบริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE มักตีคู่กันมา โดย HANA มีมาร์เก็ตแคป 33,422.59 ล้านบาท ส่วน KCE มีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 44,919.37 ล้านบาท
ส่วนที่เป็นม้ามืดเห็นจะเป็นบริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CCET ล่าสุดมาร์เก็ตแคปทะลุไป 95,095.03 ล้านบาทแล้ว
แต่มาโฟกัสที่ KCE กันหน่อยดีกว่า เพราะในช่วงที่ผ่านมานอกจากราคาหุ้นจะพุ่งแรงแล้ว ยังมีอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ จากการเข้ามาเก็บหุ้นของ “พิธาน องค์โฆษิต” ผู้ถือหุ้นใหญ่เบอร์ 1 ที่สวมหมวกบอร์ดบริหาร ควบตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ด้วย
แม้ในรอบ 1 เดือน ราคา KCE จะปรับขึ้นไปแล้ว 22% ส่วนรอบ 3 เดือน ราคาปรับขึ้นไปเกือบ 68% แต่ “พิธาน” ก็เข้ามาเก็บหุ้นต่อเนื่องนะจิบอกให้…
เพิ่งเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา เข้ามาเก็บหุ้น 2 ล็อต รวมจำนวน 1,001,000 หุ้น คิดเป็นมูลค่าราว 51.61 ล้านบาท แบ่งเป็นล็อตแรกจำนวน 951,000 หุ้น ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 35.75 บาท มูลค่า 33.99 ล้านบาท ส่วนอีกล็อตจำนวน 500,000 หุ้น ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 35.25 บาท มูลค่า 17.62 ล้านบาท
ถ้าย้อนไปอีกหน่อย ช่วงที่ราคาหุ้น KCE ดิ่งลงไปต่ำ 20 บาท ก็เข้ามาเก็บเช่นกัน โดยในเดือน มี.ค. 2569 เก็บไป 3 ล็อต รวมจำนวน 2,852,300 หุ้น รวมมูลค่า 49.99 ล้านบาท แบ่งเป็นในวันที่ 9 มี.ค. 2569 จำนวน 647,900 หุ้น ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 16.98 บาท มูลค่า 11.00 ล้านบาท ตามด้วยวันที่ 10 มี.ค. 2569 เก็บอีก 1,000,000 หุ้น ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 17.48 บาท มูลค่า 17.48 ล้านบาท และวันที่ 11 มี.ค. 2569 เก็บเพิ่ม 1,204,400 หุ้น ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 17.86 บาท มูลค่า 21.51 ล้านบาท
ถ้ารวมสองรอบ “พิธาน” ใช้เงินซื้อหุ้นไปแล้วไม่ต่ำกว่า 101.60 ล้านบาทเชียวหนา…
ขณะที่การเก็บเล็กผสมน้อย ส่งผลให้ ณ วันที่ 18 มิ.ย. 2569 “พิธาน” ถือหุ้น KCE เพิ่มเป็น 188.53 ล้านหุ้น จากเดิมถือ 187.08 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 15.83%..!!
แล้วไม่ได้มีแค่ “พิธาน” เท่านั้นนะ ยังมี “อรรถสิทธิ์ องค์โฆษิต” พี่ชายคนโต ร่วมวงมาเก็บหุ้น KCE ด้วย โดยซื้อหุ้นเมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2569 จำนวน 311,400 หุ้น ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 18.10 บาท มูลค่า 5.64 ล้านบาท
ก็น่าคิดการที่ผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้บริหารเข้ามาเก็บหุ้นอย่างนี้ เป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือเปล่า..??
ปีนี้ KCE ยังเติบโตแข็งแกร่งใช่บ่..??
ตอกย้ำด้วยมุมมองของ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ระยะสั้น คาดรายได้ในไตรมาส 2/2569 ของ KCE จะปรับขึ้นราว 7% จากไตรมาสก่อน และ 1.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดมีกำไรปกติฟื้นตัวเป็น 206 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.1% จากไตรมาสก่อน และ 10.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และหากสถานการณ์เป็นไปตามที่ผู้บริหารประเมิน อาจได้เห็นอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/2569 ขยับขึ้นเป็น 24-25% จากการปรับขึ้นราคาได้เต็มไตรมาส และคาดต้นทุนทรงตัวจากไตรมาสก่อน
ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ที่กำไรในช่วงครึ่งปีหลังจะปรับขึ้นสู่ระดับไตรมาสละ 430-450 ล้านบาทได้อีกครั้ง โดยปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2569 ขึ้น 36.5% เป็น 1,290 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.6% จากปีก่อน
ทีนี้ก็คงได้คำตอบกันแล้วว่า ทำไมผู้ถือหุ้นใหญ่ถึงเข้ามาเก็บหุ้น KCE ..??
แหม๊…ก็นอกจากผลประกอบการที่มีทิศทางเติบโตดีแล้ว KCE ยังเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลค่อนข้างสูง ขี้หมูขี้หมายีลด์ก็ไม่น้อยกว่า 3% แหละน่า…ซึ่งดีกว่าเอาไปฝากแบงก์เห็น ๆ…
…อิ อิ อิ…