ILM ลุ้นโชว์ผลงานเลิศต่อเนื่องถึงปี 63

ในไตรมาส 4 ปี 62 มีการคาดการณ์ว่าผลประกอบการของ ILM จะกลับมาเติบโตสูงอีกครั้ง ในช่วงไฮซีซั่น นอกจากบริษัทยังตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ Index Living Mall เพิ่ม

คุณค่าบริษัท

ในไตรมาส 4 ปี 2562 มีการคาดการณ์ว่าผลประกอบการของ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM จะกลับมาเติบโตสูงอีกครั้ง ! เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่น

อีกทั้งบริษัทยังเตรียมเปิดสาขาใหม่ในรูปแบบเฟรนไชส์ ณ กรุงโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม 2 สาขา ขนาดพื้นที่บริการเบื้องต้น 500 ตารางเมตร ถือเป็นประเทศที่ 8 ในการขยายธุรกิจแฟรนไชส์ จากเดิมที่มีอยู่ใน 7 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย เนปาล สปป.ลาว มัลดีฟส์ เมียนมา กัมพูชา และปากีสถาน

ส่วนทางด้านสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ถือเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจของบริษัท เนื่องจากสหรัฐฯ พยายามนำเข้าเฟอร์นิเจอร์จากประเทศอื่นทดแทนสินค้าของจีน หลังจากมีการปรับขึ้นภาษีนำเข้าเฟอร์นิเจอร์สูงถึง 25-30% โดยประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่น่าสนใจ ปัจจุบันผู้นำเข้าของสหรัฐฯ หลายรายติดต่อเข้ามาและอยู่ระหว่างการเจรจา คาดว่าจะได้รับคำสั่งซื้อเข้ามาและส่งผลดีต่อบริษัทในปี 2563

นอกจากนี้บริษัทตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ของ Index Living Mall เพิ่มปีละ 1-2 สาขา และขยายสาขาเฟรนไชส์ปีละ 1 สาขาในแต่ละประเทศ โดยในปี 2563 มีแผนเปิดสาขา Index Living Mall สาขารามอินทรา ขนาดพื้นที่ 9,200 ตารางเมตร งบลงทุนราว 300 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกแบบ คาดว่าจะเปิดให้บริการใน เดือน ต.ค. 2563 และสาขาสุขาภิบาล 3 กรุงเทพฯ ขนาดพื้นที่ 3,500 ตารางเมตร ใช้งบลงทุน 160 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกแบบ คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือน ธ.ค. 2563

พร้อมกันนี้มีเป้าหมายเปิดร้านค้าเฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็ก (COCO) ในรูปแบบการดำเนินการ และบริหารด้วยตัวเองให้ครบ 3 สาขาภายในปี 2563 โดยมี 3 รูปแบบ S M L พื้นที่ประมาณ 1,050-1,700 ตารางเมตร (เช่าพื้นที่ทั้งหมด) งบลงทุน 25-40 ล้านบาท ระยะคืนทุน 7-8 ปี ล่าสุด เดือน ส.ค. 2562 เปิดให้บริการร้าน Winner Furniture Center สาขาแรก จ.ราชบุรี ปัจจุบันมียอดขายเป็นไปตามเป้าหมาย ส่วนอีก 2 สาขา จะเปิดให้บริการได้ภายในไตรมาส 2/2563

ขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2562 บริษัทมีรายได้รวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2,426.21 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 2,419.02 ล้านบาท เป็นผลรายได้จากการให้เช่าและบริการเพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 157.95 ล้านบาท หรือ 0.39 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 31.03 ล้านบาท หรือ 0.08 บาทต่อหุ้น

ในส่วนของผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรก สิ้นสุวันที่ 30 มิถุนายน 2562 บริษัทมีรายได้รวมทั้งหมด 4,872.08 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 4,889.53 ล้านบาท แต่บริษัทสามารถทำกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 289.82 ล้านบาท หรือ 0.72 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 202.18 ล้านบาท หรือ 0.51 บาทต่อหุ้น แสดงให้เห็นว่าบริษัทยังมีความแข็งแกร่ง

ดังนั้นเชื่อว่าอนาคตบริษัทยังคงรักษาระดับการทำผลงานได้ดีอยู่ !!

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. บริษัท ครอบครัวธรรมดาพาณิชย์ จำกัด 203,310,000 หุ้น 40.26%
  2. นางสาวกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ 33,639,320 หุ้น 6.66%
  3. นางสาวพิชพิมพ์ ปัทมสัตยาสนธิ 33,639,320 หุ้น 6.66%
  4. นายเอกลักษณ์ ปัทมสัตยาสนธิ 33,639,320 หุ้น 6.66%
  5. นายเอกฤทธิ์ ปัทมสัตยาสนธิ 33,639,320 หุ้น 6.66%

รายชื่อกรรมการ

  1. นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ ประธานกรรมการ
  2. นายพิศิษฐ์ ปัทมสัตยาสนธิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ
  3. น.ส.กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ, กรรมการ
  4. นางขันทอง อุดมมหันติสุข กรรมการ
  5. น.ส.พิชพิมพ์ ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการ