“โนมูระฯ” มอง SET เดือนต.ค.ฟื้น รับนโยบายกระตุ้นศก. พร้อมคัด 7 หุ้นเด่นชูรีเทิร์นเกิน 5%

"โนมูระฯ" มอง SET เดือนต.ค.ฟื้น รับนโยบายกระตุ้นศก. พร้อมคัด 7 หุ้นเด่นชูรีเทิร์นเกิน 5%

บล.โนมูระ พัฒนะสิน ระบุในบทวิเคราะห์ (1 ต.ค.62) ว่า  SET ในเดือน ก.ย. 62 ปรับตัวลง 1.07% สู่ระดับ 1,637.22 จุด จากความไม่แน่นอนทางการค้า ระหว่างสหรัฐฯ-จีน ก่อนที่ภายหลังจะเริ่มมีสัญญาณดีขึ้นจากความเป็นไปได้ที่ทั้งสองจะบรรลุ ข้อตกลงการค้าได้เร็วกว่ากำหนด ประกอบกับโอกาสเกิด Hard Brexit ที่จำกัดลง หลังร่าง No-Deal Brexit  มีผลบังคับเป็นกฎหมาย ทำให้ความเสี่ยงโดยรวมผ่อนคลาย ขณะที่แรงหนุนหลักมาจากนโยบายผ่อนคลายของ FED และ ECB ที่จะหนนุสภาพคล่องโลกเพิ่มขึ้นจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วงไตรมาส 4/62 ส่วนภายใน กนง.มีมติคงอัตราดอกเบี้ย 1.5% ขณะที่ปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2562-2563 ลงเหลือ 2.8-3.3% หลังการค้าโลกหดตัวกดดันส่งออกไทย

ขณะที่ SET ในเดือนต.ค.62 “ฟื้นตัว” แนวต้าน 1,684/1,691จุด และแนวรับ 1,620/1,609จุด โดยมองปัจจัยที่มีผลต่อตลาดมากที่สุดคือ ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดมากที่สุด คือประเด็นการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน โดยรองนายกรัฐมนตรีหลิว เหอ จะเป็นผู้แทนจากฝ่ายจีนไปเจรจากับ US ในวันที่ 10-11 ตุลาคม นี้ ท่ามกลางความคาดหวังบวก หลังปธน.ทรัมป์เผยสหรัฐฯและจีนอาจบรรลข้อตกลงได้เร็วกว่ากำหนด

ขณะที่จับตาภาษีนำเข้าวงเงิน 2.5 แสนล้านเหรียญก่อนที่ทรัมป์จะเรียกเก็บจากจีนเพิ่มสูง 30% จากปัจจุบัน 25% ที่จะมีผล 15 ต.ค.นี้ ซึ่งหากการเจรจาออกมาดีอาจจะมีการเลื่อน/ยกเลิกการปรับขึ้นภาษีดังกล่าวได้จะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อตลาด การประชุม FOMC 29-30 ต.ค. โดยคาด FED จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย 25 bps สู่ 1.5-1.75% เพื่อเป็น Insurance Cut ป้องกันการชะลอตัวของเศรษฐกิจ โดยในช่วงหลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯค่อนข้างผสมผสาน ขณะที่ความไม่แน่นอนทางการค้ายังคงมีอยู่

ด้าน สหราชอาณาจักรจะออกจากสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการ (Brexit) ในวันที่ 31 ต.ค. นี้ โดยการประชุมรัฐสภาจะเริ่มขึ้น 14 ต.ค. จะเป็นการเร่งกระบวนการ Brexit ไม่ว่าจะเป็นการเสนอร่าง Brexit ฉบับใหม่ หรือการเจรจากับ EU เพื่อขยายเส้นตายไปเป็น 31 ม.ค. ทำให้โอกาสเกิด Hard Brexit  จำกัด หลังร่าง No-Deal Brexit มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายแล้ว

ทั้งนี้การรายงานผลประกอบการไตรมาส 3/62 ของกลุ่มธนาคาร คาด 9 ธนาคารรายงานกำไรสุทธิรวมที่ 5.06 หมื่นล้านบาท ลดลง 6.5% จากปีก่อน ลดลง 3.6% จากไตรมาสก่อน หลักๆ มาจากการตั้งสำรองที่สูงขึ้นตาม NPL ขณะที่ NIM ถูกกดดันจากการลดดอกเบี้ยนโยบายในเดือน ส.ค.62 25bps กดดันรายได้ดอกเบี้ยเติบโตเพียงเล็กน้อย  ผสานแนวโน้มธุรกิจประกันที่ยังอ่อนตัวทำให้งบไตรมาส 3/62 ของธนาคารยังไม่สดใส

อย่างไรก็ตามราคาหุ้นในกลุ่มเข้าสู่จุดที่น่าสนใจ หลัง Dividend Yield สูงกว่า 4% และ PBV ต่ำกว่า 1 เท่า และใกล้เคียงจุดต่ำสุดปี 2008 ทำให้น่าสนใจซื้อลงทุน ปัจจัยอื่นๆ 1) การปรับขึ้นภาษีการบริโภคของญี่ปุ่น 1 ต.ค. โดยคาดจะเป็นไปตามกำหนด 2) 17-18 ต.ค. จับตาอภิปราย พรบ. งบประมาณไทย 3) การประชุม ECB 24 ต.ค. ถือเป็นวาระแรกของนางคริสตีน ลาการ์ด ประธาน ECB คนใหม่ โดยคาดไม่มีมาตรการเพิ่มเติม  และ 4) การประชุม BOJ 30-31ต.ค. คาดไม่มีมาตรการเพิ่มเติม

โดยคัดเลือก October Portfolio 2019 : AOT, AMATA, CPF, JMART, ICHI, KAMART, STPI พอร์ตการลงทุนเดือน ก.ย. 62 ให้ผลตอบแทน 5.26% (มากกว่า SET ที่ให้ผลตอบแทนติดลบ 1.07% ถึง +6.33%) ส่งผลให้ผลตอบแทนของพอร์ตปี 62 ตั้งแต่ต้นปีปรับขึ้น 40.78% (SET ให้ผลตอบแทน เพียง +4.69%)

ส่วนเดือน ต.ค. 2562 คาดตลาดฟื้นตัว โดยนโยบายการเงินผ่อนคลายของโลกจะเริ่มเห็นผลเชิงบวก เช่นเดียวกับการเจรจาการค้า ผสานนโยบายกระตุ้นการบริโภคระยะสั้นการฟื้นตัวของท่องเที่ยวและส่งออกจากฐานต่ำ ส่วนพอร์ตการลงทุนเดือนนี้ยังเน้น Theme ที่ได้ประโยชน์จากประเด็นดังกล่าว แนะ กลุ่มท่องเที่ยว (AOT) กลุ่มวงจรโปรตีนขาขึ้น (CPF) กลุ่ม Earning ไตรมาส 3/62 ดีแต่ราคาหุ้นย่อสวนทางพื้นฐาน (AMATA) กลุ่มบริโภค PER ต่ำได้ประโยชน์จากศุลกากรจีนขยายเวลานำเข้าเครื่องสำอาง 1 ปี (KAMART) และ Turnaround Story : JMART (กำไรครึ่งปีหลังของปี 62 เร่งตัว), STPI (รอประมูลงานใหม่เพิ่ม Upside), ICHI (ปรับตัวเลี่ยงผลกระทบภาษีน้ำตาลแล้ว กำไรโตเด่น)

คำค้น