ร่อนตะแกรงหุ้นน่าลงทุนเดือนตุลาคม

ก้าวเข้าสู่เดือนตุลาคมมีหลายปัจจัยต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง "ข่าวหุ้นธุรกิจ" เสนอข้อมูลหุ้นตัวอย่างด้วยปัจจัยบวกสนับสนุน ซึ่งถือว่ายังน่าลงทุนในช่วงนี้

เส้นทางนักลงทุน

ก้าวเข้าสู่เดือนตุลาคม ! ยังมีหลายปัจจัยต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง…

สำหรับต้นเดือนมีประเด็นสงครามการค้าจะมีบทบาทสูงสุด โดยแนะติดตามผลการเจรจาในวันที่ 10-11 ตุลาคม ว่าจะสามารถหาข้อตกลงได้ก่อนคำขู่ของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เตรียมปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนวงเงิน 2.5 แสนล้านเหรียญจาก 25% ขึ้นสู่ 30% ได้ทันวันที่ 15 ต.ค.นี้หรือไม่!?

ส่วนช่วงกลางเดือน หุ้นรายตัวจะผันผวนตามทิศทางผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2562 โดยกลุ่มแรกที่จะรายงาน คือ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งคาดจะไม่สดใสเท่าไรนัก

และในปลายเดือน จะย้อนกลับมาเรื่องประเด็น Brexit อีกครั้ง ว่าจะมีบทสรุปอย่างไรก่อนเส้นตาย 30 ตุลาคม

จากไทม์ไลน์ข้างต้น พบว่า ทางบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง มองว่า…ประเด็นเจรจาสงครามการค้าจะมีผลต่อ sentiment ในการลงทุนสูงสุด เพราะประเด็นที่เหลือได้สะท้อนในราคาหุ้นพอควรแล้ว

ขณะที่การประชุมธนาคารกลางที่ควรติดตามมี ECB ในวันที่ 24 ต.ค. 2562, FOMC Meeting 29-30 ต.ค. 2562 และ BOJ Meeting 30-31 ต.ค. 2562

พร้อมกับมีการประเมินในช่วงสัปดาห์แรกของเดือน มองภาพรวมดัชนี SET ยังคงแกว่งตัวในกรอบ 1,620-1,665 จุด

รวมไปถึงมีหุ้นแนะนำ โดยสามารถทยอยลงทุนในช่วงเดือนตุลาคมนี้ได้ อาทิ AOT, TU, TOP, STEC, BDMS, CHG, GPSC, TCAP เป็นต้น

นอกเหนือจากหุ้นข้างต้นน่าลงทุนแล้ว…ด้วยกรณีสถานการณ์ตลาดหุ้นยังมีเรื่องต้องจับตาหลาย ๆ ประเด็นในช่วงเดือนตุลาคมนี้อย่างเป็นระยะ ๆ ทั้งนี้กลุ่มหุ้นที่คาดว่ายังน่าเก็งกำไรเนื่องจากมีปัจจัยบวก ได้แก่

  1. กลุ่มโรงพยาบาลเข้าสู่ High Season บวกกับทางการเตรียมฟรี Visa 90 วัน สำหรับผู้ป่วย US-JP เข้าไทย เป็นจิตวิทยาเชิงบวกต่อ BCH, BDMS, BH เป็นต้น
  2. มาตรการส่งเสริมการลงทุน Thailand Plus (ลดภาษี BOI นานขึ้น และนำรายจ่ายส่งเสริมบุคลากรมาหักภาษีได้) บวกต่อ AMATA, WHA
  3. สมาคมผู้เลี้ยงไก่ เผย 7 โรงงานอุตสาหกรรมได้ผ่านการรับรอง CNCA (จีน) ล่วงหน้าไปแล้ว ทำให้มูลค่าการส่งออกไก่ไทยไปจีนน่าจะเร่งขึ้นต่อเนื่องหลังราคาผลิตภัณฑ์จากไก่ในจีนเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว หนุนการซื้อสะสม คือ CPF, GFPT
  4. รัฐเผยจะมีมาตรการช่วยอสังหาฯช่วง 1 เดือนจากนี้ และบวกกับผลจากสงครามการค้าและเหตุวุ่นวายใน Hong Kong หนุนชาวเอเชียโดยเฉพาะจีนเข้าร่วมโครงการ Thailand Elite Residence Program 2 เดือนที่ผ่านมาเพิ่มกว่า 50% บวกต่อกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เช่น LH ,AP, SPALIเป็นต้น
  5. กลุ่มที่ได้อานิสงส์บวกดอกเบี้ยต่ำ ได้แก่ 1) สินเชื่อเพื่อผู้บริโภค เช่น SAWAD, AMANAH, JMART 2) อัตราผลตอบแทนสูง เช่น ADVANC, INTUCH, KKP 3) Property เช่น  AP, SPALI 4) ส่งออกอาหาร คือ  CPF 5) ท่องเที่ยว เช่น MINT, AOT, ERW 6) นิคมอุตสาหกรรม เช่น AMATA, WHA 7) โรงไฟฟ้า เช่น BGRIM, GUNKUL 8) การบริโภค เช่น CPALL, KAMART, ICHI, ZEN
  6. คาดประเทศไทยได้อานิสงส์จากโกลเด้นวีคของจีนหนีจากฮ่องกง เพราะกลัวว่าจะได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ประท้วงแล้วมาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น ทั้งนี้หุ้นที่ได้รับประโยชน์ อย่างหุ้นกลุ่มขนส่งคือ AOT และหุ้นกลุ่มโรงแรม คือ ERW, MINT

จากหุ้นตัวอย่างที่นำเสนอเป็นการร่อนตะแกรงด้วยปัจจัยบวกสนับสนุน ซึ่งถือว่ายังน่าลงทุนต่อเนื่องในช่วงเดือนตุลาคมนี้