“ดาวโจนส์” ปิดบวก 1,325 จุด รับข่าวพักรบ “สหรัฐ–อิหร่าน” กดน้ำมันดิ่ง

ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งกว่า 1,300 จุด หลังสหรัฐฯ–อิหร่านพักรบ 2 สัปดาห์ คลายเสี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ หนุนแรงซื้อหุ้น Big Tech ขณะที่ราคาน้ำมันดิบร่วงกว่า 15%


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการซื้อขายเมื่อคืนวันพุธ (8 เม.ย.69) ดัชนีหลักปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อในหุ้นขนาดใหญ่และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังนักลงทุนคลายความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 47,909.92 จุด เพิ่มขึ้น 1,325.46 จุด หรือ +2.85% ขณะที่ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 6,782.81 จุด เพิ่มขึ้น 165.96 จุด หรือ +2.51% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 22,634.99 จุด เพิ่มขึ้น 617.14 จุด หรือ +2.80%

ปัจจัยหลักมาจากรายงานข่าวที่ระบุว่า สหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุข้อตกลงพักรบชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก

ความคืบหน้าดังกล่าวช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน โดยนักลงทุนกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ตลาดเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์

ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง โดยน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ร่วงลงกว่า 15% ภายในวันเดียว ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) เคลื่อนไหวบริเวณระดับ 94–96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลงแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19 หลังความกังวลด้านอุปทานผ่านช่องแคบฮอร์มุซคลี่คลาย

แรงขายในตลาดพลังงานดังกล่าวช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและต้นทุนธุรกิจ ส่งผลให้หุ้นในหลายกลุ่มอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นขนาดใหญ่ที่นำตลาด

นอกจากนี้ หุ้นในกลุ่มที่อ่อนไหวต่อราคาพลังงานปรับตัวขึ้นโดดเด่น โดยหุ้นสายการบินพาณิชย์พุ่งขึ้นนำตลาด โดยหุ้น United Airlines เพิ่มขึ้น 7.84% และหุ้น Southwest Airlines เพิ่มขึ้น 6.68% ขณะที่หุ้น Delta Air Lines ปรับตัวขึ้น 3.75% แม้บริษัทเปิดเผยคาดการณ์ผลประกอบการที่ยังมีความไม่แน่นอน

ด้านหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและเรือสำราญปรับตัวขึ้นแข็งแกร่ง โดยหุ้น Carnival เพิ่มขึ้น 11.23% และหุ้น Norwegian Cruise Line เพิ่มขึ้น 7.63% สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่ออุปสงค์การเดินทาง หลังต้นทุนเชื้อเพลิงลดลง

ขณะที่หุ้น Levi Strauss เพิ่มขึ้น 10.65% หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายและกำไรทั้งปี

สะท้อนแรงซื้อกลับในตลาดหุ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่อ่อนไหวต่อราคาพลังงาน หลังความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลาย

Back to top button