โบรกฯชู LH หุ้นเด่นก.พ.! ลุ้นผลงานไตรมาส 4 พีคสุดของปี-ปันผลสูง

โบรกฯชู LH หุ้นเด่นก.พ.! ลุ้นผลงานไตรมาส 4 พีคสุดของปี-ปันผลสูง

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ทำการสำรวจข้อมูลและบทวิเคราะห์ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮาส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาที่ 1.00% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตได้ โดยนักวิเคราะห์มองว่า LH เป็น 1ในหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากประเด็นดังกล่าว อีกทั้งยังมองว่าแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/62 จะเติบโตสูงสุดของปี 2562 และมองว่า LH เป็นหุ้นในกลุ่ม Dividend Yield ระดับสูง

โดยนักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า จากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจะทำภาระในการผ่อนชำระต่องวดของผู้กู้ที่อยู่อาศัยลดลง ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น และได้ Sentiment เชิงบวกจากมาตรการกระตุ้น คือ บ้านดีมีดาวน์ รวมถึงการลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์จากเดิม 2% ของราคาประเมิน และค่าจดจำนองจากเดิม 1% ของมูลค่าที่จำนองเหลือ 0.01% สำหรับการซื้อที่อยู่อาศัยดีต่อ โดย LH ประเมินราคาเป้าหมายที่ 12.30 บาท PSH ประเมินราคาเป้าหมายที่ 18.50 บาท และ AP ประเมินราคาเป้าหมายที่ 8.90 บาท

ส่วนนักวิเคราะห์ บล.เคทีซีมิโก้ ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” LH ประเมินราคาเป้าหมาย 11.90 บาท/หุ้น และมองเป็นเป็นหุ้นเด่นของบล.เคทีซีมิโก้ จากการคาดว่าอัตราผลตอบแทนเงินปันผลปี 2562 จะอยู่ที่ 6.8% หลังจากรวมกำไรจากการขายสินทรัพย์ ในขณะที่บริษัทยังมีอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนอีกหลายแห่งที่สามารถขายได้และยังมีการพัฒนาอสังหาฯ เพื่อการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยหนุนกำไรและอัตราปันผลตอนแทนของบริษัทในอนาคต

ด้านนักวิเคราะห์ บล.เอเชีย เวลท์ ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น LH ประเมินราคาเป้าหมาย 11.20 บาท/หุ้น และคาดอัตราปันผล 5.9% รวมทั้งคาดว่ากำไรไตรมาส 4/62 เด่นสุดของปีที่ 3.65 พันล้านบาท (เติบโต 61% เมื่อเทียบจากปีก่อน และเติบโต 66% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน) หนุนจากกำไรการขาย Grande Centre Point สุขุมวิท 55 ราว 1.7 พันล้านบาท ขณะที่คาดยอด Presales ไตรมาส 4/62 ที่ 7 พันล้านบาท เติบโต 23% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อนจาก The Key พระราม 3 อีกทั้งในปี 2563 บริษัทเปิดเฉพาะโครงการแนวราบ เชื่อยังมีโอกาสขยายตัว รวมทั้งมีแผนขาย Serviced Apartment ในสหรัฐฯ

เช่นเดียวกับนักวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” LH ราคาเป้าหมาย 11.20 บาท/หุ้น โดยสภาพธุรกิจที่กระจายความเสี่ยงดีจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ LH มี Dividend Yield ระดับสูง ทั้งนี้ LH ตั้งเป้าการเติบโตด้านยอดขายและรายได้สำหรับปี 2563 ในระดับเลขหลักสิบ แม้จะดูน่าตื่นเต้นแต่หลักๆ แล้วเป็นผลมาจากฐานที่ต่ำ อย่างไรก็ตามบริษัทมีความระมัดระวังต่ออุปสงค์ในตลาดที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะกลุ่มคอนโดฯ โดยจะยังคงเน้นกลุ่มแนวราบ ขณะที่คาดว่าการขายสินทรัพย์ในสหรัฐฯ จะสร้างกำไรที่ดีได้

พร้อมทั้ง นักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ถือ” LH ประเมินราคาเป้าหมาย 10.70 บาท/หุ้น โดย LH วางแผนปี 2563 เปิดขายโครงการใหม่ 16 แห่งในปีนี้ มูลค่าขาย 28.4 พันล้านบาท เป็นแนวราบคือ บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ ไม่มีคอนโดมิเนียม ทั้งนี้บล.ดีบีเอสฯ เห็นว่าเป้ายอดขายและยอดโอนปี 2563 ยังมีความท้าทาย เป้ายอดขายเป็น 2.8 หมื่นพันล้านบาท ที่น่าจะขายยากมีโอกาสไม่ถึงเป้าคือ คอนโดมิเนียม

ย่างไรก็ตามคาดการณ์กำไรไตรมาส 4/62 เป็นไตรมาสที่สูงสุดในรอบปี 2562 มีการโอน “The Bangkok สุขุมวิท 55” ได้มากขึ้น และมีกำไรพิเศษจากการขายแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยท์ ทองหล่อ ซึ่งคาดว่ากำไรราว 2 พันล้านบาท แต่ไม่ได้ใส่ไว้ในประมาณการ

ทั้งนี้คงคำแนะนำ ถือ เพื่อรอรับปันผลสูง คาดปี 2563 เป็น 6% (ไม่รวมปันผลพิเศษ ขายสินทรัพย์) ซึ่ง บล.ดีบีเอสฯ ชอบบริษัทในประเด็นพอร์ตสินค้ามีความแข็งแกร่งและกระจายความเสี่ยง คาดกำไรหลักปี 2563 โต 5.7% เมื่อเทียบจากปีก่อน

รวมถึงนักวิเคราะห์ บล.เอเอสแอล ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ภาพรวมการลงทุนในเดือนก.พ. 2563 มีหลายปัจจัยที่ยังท้าทายและยังต้องติดตามไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาและไข้หวัดนกในช่วงเวลานี้ รวมถึงการทยอยประกาศผลการดำเนินงานของภาค Real Sector ที่คาดว่าจะออกมาไม่ได้ดีกว่าที่คาดนัก ดังนั้นด้านกลยุทธ์การลงทุน เน้น Selective Buy หุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ร่วมกันกับกลุ่ม High Dividend Yield และกลุ่ม Defensive จึงแนะนำ TU RBF MTC CHG KKP LH BAM TTW เป็นหุ้นเด่นประจำเดือน ก.พ. 2563