SMPC ตั้งเป้าปริมาณขายปีนี้โต 30% ยัน “โควิด-19” ไม่กระทบเหตุคู่ค้าในจีนเดินเครื่องปกติ

SMPC ตั้งเป้าปริมาณขายปีนี้โต 30% ยัน "โควิด-19" ไม่กระทบเหตุคู่ค้าในจีนเดินเครื่องปกติ


นางปัทมา เล้าวงษ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) หรือ SMPC เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าปริมาณขายถังแก๊สปี 63 จะอยู่ที่  7.3 ล้านใบ เติบโต 30% ก่อนที่เพิ่มขึ้นแตะ 8.4 ล้านใบในปี 64 เป็นการเติบโตต่อเนื่องจากปี 62 ที่มีปริมาณขาย 5.6 ล้านใบ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากตลาดในเอเชียใต้, ตะวันออกกลาง, แอฟริกา และ สหรัฐอเมริกา เติบโตได้ค่อนข้างดี ส่วนสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนนั้นช่วงที่ผ่านมายังเป็นปัจจัยบวกทำให้มีคำสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง

โดย ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของบริษัทมาจากการส่งออก 90% และตลาดในประเทศ 10% โดยตลาดต่างประเทศนั้น ส่วนใหญ่ลูกค้าเป็นแอฟริกา 31% เอเชียแปซิฟิก 24% และอเมริกาเหนือ 21%

สำหรับปัญหาเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ยืนยันว่าปัจจุบันบริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างได เนื่องจากโรงงานในจีนที่เป็นคู่ค้ากับบริษัทยังคงส่งสินค้าได้ปกติ จึงไม่กระทบต่อทิศทางผลการดำเนินงานแน่นอน ส่วนเงินบาทที่แข็งค่าแม้จะกระทบในฐานะผู้ส่งออก แต่บริษัทก็มีการนำเข้าวัตถุดิบด้วย ทำให้เกิด Natural Hedging และยังมีการใช้เครื่องมือทางการเงินอื่น เช่น การซื้อ-ขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า ตามความจำเป็นและเหมาะสม

“ตลาดในภูมิภาคเอเชียใต้เริ่มปรับตัวดีขึ้น โดยเริ่มมีงานประมูลใหม่ๆ ออกมาให้เข้าร่วมแล้ว ที่ผ่านมาบริษัทได้เข้าประมูลงานในศรีลังกา 400,000 ใบ ซึ่งส่งงานจบแล้วในเดือน ก.พ.และปัจจุบันได้เข้าประมูลงานใหม่ ๆ เพิ่มเติมตะวันออกกลาง ลิเบีย เพิ่มอีก 400,000 ใบด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างรอความชัดเจน”นางปัทมา กล่าว

ด้านความคืบหน้าการลงทุนโรงงานในต่างประเทศในโซนแอฟริกา ถือเป็นการลงทุนในต่างประเทศครั้งแรกของบริษัทเพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตถังแก๊ส กำลังการผลิต 2.5 ล้านใบ/ปี มูลค่าการลงทุนราว 13 ล้านเหรียญสหรัฐนั้น จะเป็นการลงทุนต่อเนื่อง 2 ปี ขณะนี้อยู่ในแผนการดำเนินงานตั้งแต่การจัดหาที่ดินและแผนงานที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งบริษัทยืนยันว่าจะลงทุนเองทั้ง 100% ใช้เงินทุนของบริษัทและเงินกู้

“บริษัทมองว่าการเข้าไปก่อสร้างโรงงานดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาในการขนส่งสินค้า รวมถึงได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีมากกว่าที่จะส่งออกเข้าไปยังประเทศนั้น เพราะบางประเทศมีกำแพงภาษีค่อนข้างสูง”นางปัทมา กล่าว

ขณะที่ยอดขายและกำไรลดลงในปี 62 เนื่องจากเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำส่งผลให้เกิดการแข่งขันสูงมากขึ้น การบริโภคลดลง นอกจากนี้ ยังเป็นผลจากการชะลอคำสั่งซื้อของลูกค้าในแถบเอเชียใต้ เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินท้องถิ่นต่อดอลลาร์อ่อนค่าลง และธนาคารพาณิชย์ท้องถิ่นเข้มงวดด้านการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นด้วย

อนึ่ง SMPC มีกำไรสุทธิในปี 62 ที่ระดับ 375.2 ล้านบาท ลดลงจากกำไรสุทธิ 558.42 ล้านบาทในปี 61

Back to top button