ต่ำสุดตั้งแต่เกิดมา ?

*ก่อนอื่นต้องขอเรียนให้ทราบว่า “โมนิก้า” จั่วหัวแรง ๆ เพื่อทำให้นักเล่นได้มีเวลาหยุดคิดเรื่องต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามาเป็นระลอก จนเกิดความสงสัยถึงบทสรุปของเรื่องจะลงเอยแบบไหน ? มันเป็นประเด็นที่นักเล่นต้องทำตัวให้กลมกลืนกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นชาวสวนในช่วงที่สถานการณ์รอบด้านยังคลุมเครือ เพราะรังแต่จะสร้างปัญหาให้กับพอร์ตหุ้นของตัวเองทั้งนั้นเจ้าค่ะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*ก่อนอื่นต้องขอเรียนให้ทราบว่า “โมนิก้า” จั่วหัวแรง ๆ เพื่อทำให้นักเล่นได้มีเวลาหยุดคิดเรื่องต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามาเป็นระลอก จนเกิดความสงสัยถึงบทสรุปของเรื่องจะลงเอยแบบไหน ? มันเป็นประเด็นที่นักเล่นต้องทำตัวให้กลมกลืนกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นชาวสวนในช่วงที่สถานการณ์รอบด้านยังคลุมเครือ เพราะรังแต่จะสร้างปัญหาให้กับพอร์ตหุ้นของตัวเองทั้งนั้นเจ้าค่ะ

*ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องย้ำไปที่แผลเดิมของตลาดหุ้นไทยเพื่อชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่างนักเล่นที่ใช้วิธี “ซื้อ ถือ ขาย” มันให้ผลลัพธ์ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ แถมเมื่อดูจากอาการสะบัดตัวของดัชนีในระหว่างวัน จนลงไปทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,416.40 จุด ก่อนจะมีแรงซื้อเข้ามาดันขึ้นไปถึงระดับ 1,446.63 จุด จนสุดท้ายยืนปิดที่ระดับ 1,439.10 จุด บวกไป 3.54 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.09 หมื่นล้านบาท มันเป็นเพียงการยื้อเวลาไม่ให้ยับเยินหนักไปกว่าที่เป็นอยู่เท่านั้นเองนะนายจ๋า!

*งานนี้ใครจะหาว่าเดี๊ยนเป็นพวกมองโลกแง่ร้ายก็ช่างหัวปะไร! เพราะที่ขีด ๆ เขียน ๆ มันเป็นเรื่องจริงที่เคยเม้าท์กันไว้ก่อนหน้านี้ “โมนิก้า” ถึงไม่แคร์เสียงนก..เสียงกา ที่ส่งเสียงกันเจี๊ยวจ๊าว เพราะท้ายสุดทุกคนก็ต้องยอมรับผลกระทบแบบเลี่ยงไม่ได้วันยังค่ำ จึงขอเม้าท์เรื่องหุ้นในมุมลบเพื่อให้นักเล่นกลับไปคิดเป็นการบ้าน และจะได้มีเวลาเตรียมตัวรับแรงกระแทกที่จะเกิดขึ้นอีกระลอกน่ะซี

*เหมือนมุมมองที่นักเล่นมีต่อหุ้น AWC ยังเป็นของแสลงสำหรับการเคาะขวา เลยไม่มีเจ้าภาพดันหุ้นกลับขึ้นไปยืนเหนือจอง “โมนิก้า” ถึงต้องหยิบยกเรื่องราวหุ้นของ “เสี่ยเจริญ” เพื่อชี้ให้นักเล่นได้เห็นการอ่อนตัวลงมาปิดที่ 5.05 บาท ลบไป 0.10 บาท หรือลงไป 1.95% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 315 ล้านบาท พร้อมกับทำ all time low อีกครั้ง พ่วงด้วยการเทรดบนค่า P/E 190 เท่าแบบนี้..หุ้นมันจะขึ้นได้อย่างไรล่ะเสี่ย!

*อีกรายที่งอมพระรามเกินจะเยียวยา ต้องยกให้ BA หลังราคาหุ้นไหลรูดลงมาแบบไม่มีลิมิต จนล่าสุดลงมายืนอยู่ที่ 4.98 บาท ลบไป 0.47 บาท หรือลงไป 8.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 18 ล้านบาท พร้อมกับทำ all time low บนสถานการณ์ธุรกิจสายการบินพังยับเพราะไวรัสมรณะเล่นงานหนักแบบนี้ “โมนิก้า” เม้าท์ได้อย่างไม่กระดากลิ้นทันทีว่า นี่ไม่ใช่ราคาต่ำสุดที่พวกเรา ๆ ท่าน ๆ จะได้เห็นอย่างแน่นอนค่ะ

*เช่นเดียวกับในรายของ BANPU ถูกเทขายจนไม่เหลือสภาพหุ้นพิมพ์นิยม ก่อนจะปิดฉากวานนี้ด้วยการยืนปิดที่ 8.15 บาท ลบไป 0.15 บาท หรือลงไป 1.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 353 ล้านบาท พ่วงด้วยการทำสถิติต่ำสุดในรอบเกือบ 16 ปีอย่างไม่น่าเชื่อ “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักเล่นลองนำราคาหุ้นไปเทียบกับบุ๊กแวลูที่ระดับ 14.20 บาท มันเป็นการส่งสัญญาณอะไรให้เรา ๆ ท่าน ๆ รู้บ้างไหม ?

*คล้ายกับกรณีของ THCOM อย่างมีนัยสำคัญ เพียงแต่รายนี้อาการสาหัสกว่าหลายเท่า ไม่ว่าจะเป็นอนาคตของธุรกิจดาวเทียมที่ยังขมุกขมัว รวมทั้งผลงานของบริษัทที่ออกมาย่ำแย่ลงทุกวัน กลายเป็นตัวเร่งให้นักเล่นเบนหน้าหนีกันเป็นแถว พร้อมกับทยอยรินหุ้นออกมาตลอดเวลา (แถมวานนี้ขึ้น XD 0.20 บาท) หุ้นเลยทรุดลงมาที่ 3.44 บาท ลบไป 0.44 บาท หรือลงไป 8% ด้วยมูลค่าการซื้อขายแค่ 5 ล้านบาทแบบนี้ หมายความว่าไม่มีคนเล่นแล้วใช่ไหม ? บวกกับทำนิวโลว์ในรอบเกือบ 11 ปี มันน่ากลัวอย่างแรงนะคะ

*อีกรายที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวังต้องยกให้ TMB ถูกถล่มขายออกมาเป็นระยะ ทั้งที่มีสตอรี่เด็ด ๆ รองรับเต็มประตูหน้าต่าง “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับลองประเมินการทิ้งตัวลงมายืนปิดที่ 1.22 บาท ลบไป 0.02 บาท หรือลงไป 1.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 400 ล้านบาท พร้อมกับทำราคาต่ำสุดในรอบ 10 ปีอย่างง่ายดายแบบนี้ น่าจะเป็นจังหวะของการ “สงบนิ่ง” มากกว่า “ลุยซื้อ” นะตัวเอง

*ส่วนรายที่ปิดฉากพร้อมกับม้วนเสื่อกลับบ้านอย่างหุ้นถุงยาง TNR ถือเป็นอีกหนึ่งบทเรียนของนักเล่นที่ต้องจดจำไปอีกนาน หลังราคาหุ้นลงมายืนอยู่ที่ 6.65 บาท ลบไป 0.65 บาท หรือลงไป 8.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขายแค่ระดับ 3 แสนกว่าบาท พร้อมกับทำ all time low ครั้งแล้วครั้งเล่า แถมเมื่อเทียบกับ IPO ที่ระดับ 16 บาทเมื่อปลายปี 2559 มันมีอะไรที่จะต้องเม้าท์ถึงอีกไหมล่ะ..ไม่เชื่อลองถาม บล.กสิกรไทย ดูก็ได้..อิอิอิ