
“สุเชษฐ์” มอง SET รีบาวด์ ลุ้นยืนเหนือ 1,500 จุด แนะโฟกัสแบงก์ KBANK-BBL
สุเชษฐ์ สุขแท้ ประเมินดัชนีตลาดหุ้นไทยยังแกว่งตัวในกรอบรีบาวด์ โดยมีแนวรับสำคัญที่ 1,470 จุด และต้องลุ้นยืนเหนือ 1,500 จุดให้ได้ ท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยตะวันออกกลาง พร้อมชู KBANK-BBL เป็นหุ้นเด่นน่าจับตาในกลุ่มธนาคาร
นายสุเชษฐ์ สุขแท้ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายมีเดียมาร์เก็ตติ้ง บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด หรือ ASL เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยยังมีแนวรับสำคัญที่บริเวณ 1,470 จุด และหากอ่อนตัวลงมากอาจถอยลงไปทดสอบระดับ 1,450 จุด ขณะที่แนวต้านระยะสั้นอยู่ในช่วง 1,486-1,490 จุด และมีแนวต้านสำคัญที่ 1,500 จุด ซึ่งเป็นระดับที่ตลาดจำเป็นต้องยืนให้ได้ เพื่อสะท้อนสัญญาณเชิงบวกต่อการฟื้นตัวในระยะถัดไป
ทั้งนี้ มองว่าบรรยากาศการลงทุนยังถูกกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งยังสร้างความไม่แน่นอนต่อทิศทางสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก แม้ว่าตลาดหุ้นเอเชียบางแห่งจะเคลื่อนไหวในแดนบวกก็ตาม ขณะเดียวกัน ปัจจัยในประเทศยังต้องติดตามผลการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจช่วยหนุนให้ตลาดเกิดจังหวะรีบาวด์ได้ในระยะสั้น แต่ยังไม่ใช่ปัจจัยที่เพียงพอจะผลักดันให้ตลาดกลับเข้าสู่ทิศทางขาขึ้นอย่างมั่นคง
นายสุเชษฐ์ระบุเพิ่มเติมว่า ทิศทางตลาดในระยะนี้ยังเป็นลักษณะการแกว่งตัวเพื่อรีบาวด์ มากกว่าการปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากยังเห็นแรงขายต่อเนื่องจากทั้งนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันในประเทศ สะท้อนว่าความเชื่อมั่นต่อภาพรวมตลาดยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ดังนั้น หากดัชนียังไม่สามารถยืนเหนือระดับ 1,500 จุดได้อย่างชัดเจน ก็ยังมีความเสี่ยงที่จะกลับลงไปทดสอบแนวรับด้านล่างอีกครั้ง
สำหรับหุ้นที่น่าสนใจในเชิงเทคนิค ได้แก่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR โดยมีแนวรับที่ 12 บาท และแนวต้านที่ 13.00-13.50 บาท, บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AEONTS มีแนวรับที่ 91 บาท และแนวต้านที่ 95-97 บาท, บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA มีแนวรับบริเวณ 20 บาท และแนวต้านที่ 21-22 บาท, บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP มีแนวรับที่ 21 บาท และแนวต้านที่ 22 บาท รวมถึง บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 ซึ่งมีแนวรับที่ 16.00-16.50 บาท และแนวต้านที่ 17-18 บาท
ขณะเดียวกัน หุ้นเด่นน่าจับตาในมุมมองของนายสุเชษฐ์ยังอยู่ในกลุ่มธนาคาร โดยเฉพาะ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK และ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ซึ่งคาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากปริมาณการซื้อขายที่เข้ามารองรับประเด็นการจ่ายเงินปันผล และมีบทบาทช่วยประคับประคองทิศทางดัชนีในภาวะที่ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกและแรงขายในหุ้นขนาดใหญ่
อย่างไรก็ดี นายสุเชษฐ์ยังแนะให้นักลงทุนระมัดระวังการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเลียมบางตัว หลังราคาน้ำมันดิบโลกยังแกว่งตัวผันผวนและไม่สามารถทะลุระดับสำคัญได้อย่างชัดเจน ขณะที่การลงทุนในระยะกลางถึงยาวยังสามารถทยอยสะสมได้ แต่ควรเพิ่มน้ำหนักการลงทุนอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อรอความชัดเจนของปัจจัยเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ