โอเวอร์โซลด์ ไร้ความหมาย

*นี่เป็นอีกครั้งที่ทำให้ “โมนิก้า” รับรู้ถึงอาการ panic ของนักเล่นมีมากเกินจะบรรยายจริง ๆ และแสดงออกด้วยการสาดหุ้นทิ้งแบบไม่เห็นแก่หน้าอินทร์หน้าพรหมแบบนี้ เดี๊ยนมองไม่ออกจริง ๆ ว่าดัชนีจะหยุดลงตรงบริเวณไหนกันแน่! จึงไม่ฟันธงว่าดัชนีควรจะเด้งกลับตรงบริเวณไหน ? เพราะแรงขายที่ออกมาในเที่ยวนี้ มันเกิดจากอารมณ์ที่มีความกลัวเยอะมากนะจะบอกให้

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*นี่เป็นอีกครั้งที่ทำให้ “โมนิก้า” รับรู้ถึงอาการ panic ของนักเล่นมีมากเกินจะบรรยายจริง ๆ และแสดงออกด้วยการสาดหุ้นทิ้งแบบไม่เห็นแก่หน้าอินทร์หน้าพรหมแบบนี้ เดี๊ยนมองไม่ออกจริง ๆ ว่าดัชนีจะหยุดลงตรงบริเวณไหนกันแน่! จึงไม่ฟันธงว่าดัชนีควรจะเด้งกลับตรงบริเวณไหน ? เพราะแรงขายที่ออกมาในเที่ยวนี้ มันเกิดจากอารมณ์ที่มีความกลัวเยอะมากนะจะบอกให้

*ประเด็นดังกล่าวเห็นได้จากบทความวันก่อน ๆ ซึ่งเป็นการขอดเกร็ดเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นไทยในหลากหลายแง่มุม “โมนิก้า” เลยอยากเสริมข้อมูลทางเทคนิคอีกนิดหนึ่งว่า วันนี้ตลาดหุ้นไทยเข้าเขต oversold มาระยะหนึ่งแล้ว แต่เหตุไฉนแรงขายหุ้นขนาดใหญ่กลับไม่เบาลงเลยแบบนี้ มันเหมือนเป็นการอธิบายให้นักเล่นทั่วไปได้รู้ว่า น่าจะมีของที่ถูกกว่าให้ซื้อไม่อั้นพะยะค่ะ

*ฉะนั้นอย่าได้แปลกใจที่วานนี้รูดลงมาปิดที่ 1,366.41 จุด ลบไป 72.69 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 9.31 หมื่นล้านบาท เพราะมองในมุมของผลงานที่จะนำมาอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ มันไม่มีเรื่องไหนที่จะทำให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นบวกเลยสักอย่าง ผนวกกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลก็จืดชืด ไม่ได้ชี้ให้เห็นระเบียบวินัยของคนในชาติ จนทำให้ผู้คนทั่วไปมีหนี้ท่วมหัวกันเป็นส่วนใหญ่แบบนี้ เดี๊ยนเม้าท์ได้ทันทีว่า นี่เป็นการพูดความจริงครึ่งเดียวกันทั้งสองฝ่าย..ทุกอย่างเลยดูมั่วซั่วไปหมดเจ้าค่ะ

*เมื่อความชัดเจนยังไม่บังเกิด ธุรกิจยังควานหาทางออก บรรดากองทุนเลยถล่มใส่แบงก์สีเขียว KBANK แบบไม่ลังเลใจ เพราะประเมินแล้วว่าแบงก์จะได้รับผลกระทบจากธุรกิจเอสเอ็มอีแบบเต็มข้อ วานนี้ถึงเห็นหุ้นลงมานอนกองอยู่ที่ระดับ 115.50 บาท ลบไป 12.50 บาท หรือขึ้นไป 9.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.41 พันล้านบาทแบบนี้ เดี๊ยนคงพูดได้แค่ว่า “ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น” อีกพักใหญ่ ๆ นะจะบอกให้

*สาหัสอย่างไม่น่าเชื่อ คงเป็นหุ้นน้องใหม่ CRC เพราะถูกพวกกองทุนตัวแสบขายหนักนับตั้งแต่วันแรกที่เข้าเทรดอย่างเป็นทางการ ต่อจากนั้นก็โดนกดลงมาเรื่อย ๆ จนวานนี้โดนชุดใหญ่อีกกระทอก ส่งผลให้ราคาหุ้นลงมายืนปิดที่ 32.50 บาท ลบไป 4.75 บาท หรือลงไป 12.75% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.67 พันล้านบาท ก็มาจากความกังวลที่ว่าผลงานของบริษัทอาจทรุดยาว หลังไวรัสมรณะแพร่ระบาดไปทั่วน่ะซี

*ส่วนในรายที่พยายามฝืนกระแสแบบน่าเขกหัวแรง ๆ “โมนิก้า” คงให้น้ำหนักไปที่หุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ KCE หลังกองเชลียร์ช่วยดันจากราคา 18 บาทขึ้นไปถึงยอดเดิมบริเวณ 25 บาท ต่อจากนั้นดันโดนกระซวกไส้ทะลัก จนลงมานอนกองอยู่ที่ระดับ 21.70 บาท ลบไป 3.30 บาท หรือลงไป 13.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.93 พันล้านบาท เดี๊ยนเลยสังหรณ์ใจว่าหุ้นจะอ่อนตัวลงมายืนที่เดิมอีกรอบนะคะ

*อีกรายที่เจ็บปวดรวดร้าวสุด ๆ “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น SIRI เป็นรายถัดไปในทันที หลังราคาหุ้นอ่อนตัวลงมาปิดที่ 0.81 บาท ลบไป 0.12 บาท หรือลงไป 12.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 65 ล้านบาท หลังราคาหุ้นรูดลงชนิดไม่มีแววจะฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้แบบนี้ เดี๊ยนถึงอยากให้แฟนคลับลองพิจารณาบุ๊กที่อยู่ในระดับ 2.11 บาท เทียบกับราคาหุ้นในกระดานตอนนี้ นักเล่นเขาให้ความสำคัญกับตัวเลขในส่วนนี้อ๊ะป่าว ?

*เช่นเดียวกับในรายของ PSTC ถูกถล่มแบบไม่ปรานีปราศรัยกันเลย เหมือนเป็นการส่งสัญญาณให้รู้ว่า ก๊วนหลักถอดใจไม่อยากถือหุ้นอีกต่อไป ราคาหุ้นถึงไหลลงมาปิดที่ระดับ 0.53 บาท ลบไป 0.09 บาท หรือลงไป 14.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 184 ล้านบาทอย่างง่ายดาย แถมเป็นการทิ้งตัวลงแรงเป็นวันที่สองติดต่อกันแบบนี้ หุ้นมีโอกาสลงต่อค่อนข้างสูงนะคะ

*คล้ายกับกรณีของหุ้นขนมหวาน AU กลายเป็น “ทอล์กออฟเดอะทาวน์” ในหมู่แมงเม้าท์อย่างสนุกสนาน หลังตัวเลขกำไรในไตรมาส 4 ลดลง แถมยอดขายสาขาเดิมไม่โต ผนวกกับช่วงนี้ผู้คนทั่วไปงดเดินทางทุกรูปแบบ ทุกคนเลยเชื่อว่าผลงานในไตรมาส 1 ปี 2563 จะออกมาเห่ยสุด ๆ และถือเป็นความโชคดีของแมงเม่าที่ไม่สุงสิงกับหุ้นตัวนี้ เพราะมันเต็มไปด้วยขาใหญ่ และกองทุนที่โยนกันเอง “โมนิก้า” ถึงรู้สึกเฉย ๆ ที่เห็นราคาหุ้นลงมายืนอยู่ที่ 6.40 บาท ลบไป 0.40 บาท หรือลงไป 5.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 140 ล้านบาท เพราะวันนี้หุ้นมีโอกาสลงต่อไงล่ะคะ