พาราสาวะถี

ประเดิมประชุมนัดแรกไปแล้วช่วงเช้าวันวานสำหรับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หรือศบค.โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ย้ำกับที่ประชุมว่า “จำเป็นต้องใช้ยาแรง” ซึ่งน่าจะสวนกับความรู้สึกของประชาชน ที่อยากจะบอกว่าควรจะต้องใช้มาตั้งนานแล้ว กลายเป็นว่ามาตรการเข้มข้นที่ประกาศก่อนหน้าตามมาด้วยการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นเรื่องของการตัดสินใจช้ากว่าปัญหา ดำเนินการตามหลังวิกฤติที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

อรชุน

ประเดิมประชุมนัดแรกไปแล้วช่วงเช้าวันวานสำหรับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หรือศบค.โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ย้ำกับที่ประชุมว่า “จำเป็นต้องใช้ยาแรง” ซึ่งน่าจะสวนกับความรู้สึกของประชาชน ที่อยากจะบอกว่าควรจะต้องใช้มาตั้งนานแล้ว กลายเป็นว่ามาตรการเข้มข้นที่ประกาศก่อนหน้าตามมาด้วยการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นเรื่องของการตัดสินใจช้ากว่าปัญหา ดำเนินการตามหลังวิกฤติที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ในช่วงของการบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินระยะเวลา 1 เดือนนั้น เสียงวิพากษ์วิจารณ์อาจจะลดลงไปโดยเฉพาะประเภทเหน็บแนม เสียดสี แต่หากเป็นข้อเสนอแนะที่ดี มีประโยชน์ ก็เป็นเรื่องสมควรที่ฝ่ายกุมอำนาจต้องพึงรับฟัง แน่นอนว่า สิ่งที่ท่านผู้นำและคณะยึดถืออยู่เวลานี้คือข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทว่าหลายอย่างใช้หลักการในเชิงทฤษฎีเพียงอย่างเดียวไม่ได้ มันต้องใช้ความสามารถในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพด้วย

หลังจากพ.ร.ก.ฉุกเฉินมีผลบังคับใช้แล้ว ในส่วนการเฝ้าระวังและเข้มงวดต่อการแพร่ระบาดของโรค เชื่อว่าน่าจะทำได้ดีขึ้นในระดับที่น่าพอใจ แต่ยังมีประเด็นเรื่องของสินค้าที่จำเป็นสำหรับประชาชน ที่ท่านผู้นำจะละเลยไม่ได้ ในหมวดเวชภัณฑ์วันนี้ถามว่าหน้ากากอนามัยสำหรับประชาชน มีเพียงพอแล้วหรือไม่ อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ได้ คนเหล่านั้นยังจำเป็นต้องไปทำมาหากิน ดังนั้น หน้ากากอนามัยจึงยังเป็นสิ่งจำเป็น

ไม่เพียงแต่จะต้องจัดหาให้เพียงพอเท่านั้น ในส่วนของการกักตุนที่เป็นปัญหาก่อนหน้านั้น จะต้องมีการดำเนินการเอาผิด ลากคอพวกที่หากินบนความเดือดร้อนของประชาชนรวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์มาดำเนินคดีให้ถึงที่สุดด้วย ในส่วนของแอลกอฮอล์เจลล้างมือนั้น คิดว่าไม่น่าเป็นห่วง เพราะกระบวนการผลิตสามารถทำได้ง่าย ทำได้เอง ขณะที่โรงงานผลิตก็แปรสภาพมาทำเจลล้างมือกันจำนวนมาก ทำให้เวลานี้สินค้าไม่ขาดแคลนอีกต่อไป

เวลานี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับประชาชนคนหาเช้ากินค่ำ คนมีรายได้น้อยคือสินค้าอุปโภคบริโภค รัฐบาลอาจจะมองในภาพใหญ่ว่าไม่ให้ขาดแคลน ไม่ต้องกักตุน แต่ไม่รู้ลืมดูไปหรือเปล่า ของกินพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับคนทั่วไปและสามารถเก็บไว้ทำอาหารในช่วงการอยู่กับบ้านง่าย ๆ คือไข่ไก่ ที่พบว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ กลายเป็นของหายากและราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ อาจอ้างได้ว่าเป็นเรื่องของอุปสงค์อุปทานปกติแต่ดูแล้วมันไม่ปกติ

หลายพื้นที่เห็นได้ชัดว่าของไม่ขาดแต่ราคาปรับขึ้นไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เรื่องนี้ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์รัฐมนตรีพาณิชย์เพิ่งตื่น ออกมาสั่งการห้ามส่งออกไข่ไก่เป็นเวลา 7 วัน ส่วนเรื่องของราคาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อ้างว่า จะเข้าไปควบคุมพร้อมขู่หากพบคนทำผิดจะลงโทษเด็ดขาดอย่าลืมว่าพรรคเก่าแก่นั้นเคยมีประวัติอันไม่น่าพิสมัยเกี่ยวกับไข่มาแล้ว ถ้าไม่อยากซ้ำรอยเดิมต้องเข้าดูแล แก้ไขให้เห็นผลเป็นรูปธรรมโดยด่วน

มีคำถามกันมามากว่ามาตรการดูแลและเยียวยาแรงงาน ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระ ที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด–19 โดยรัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชยรายได้ให้ 5,000 บาทต่อคนต่อเดือนเป็นระยะเวลา 3 เดือนนั้น คนที่อยู่ในระบบประกันสังคมนั้นมีสิทธิที่จะได้รับเงินจำนวนดังกล่าวด้วยหรือไม่ ชี้แจงจากทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมว่า ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และ 40 ไม่มีเงื่อนไขในการขอรับประโยชน์ในกรณีว่างงาน ดังนั้น จึงสามารถลงทะเบียนขอรับสิทธิดังกล่าวได้

เช่นเดียวกับ ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ส่งเงินสมทบยังไม่ครบ 6 เดือน ซึ่งยังไม่เกิดสิทธิกรณีว่างงาน ก็สามารถลงทะเบียนรับสิทธินี้ได้ด้วยเช่นกัน โดยสิ่งที่น่าสนใจคือ การเปิดให้เริ่มลงทะเบียนกันวันแรกในวันพรุ่งนี้ (28 มีนาคม) นั้น เว็บไซต์ ผิดพลาด! การอ้างอิงการเชื่อมโยงหลายมิติไม่ถูกต้องเว็บจะล่มหรือไม่ แต่ไม่จำเป็นต้องรีบก็ได้ เพราะกรณีนี้ไม่ได้จำกัดโควตาเหมือนชิม ช้อป ใช้ แต่ประสาคนที่ได้รับความเดือดร้อนย่อมอยากที่จะทำทุกอย่างให้เร็วเป็นเรื่องปกติ

หลายคนอยากรู้เหมือนกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในบ้านเราที่กระจายแบบตูมเดียวพบผู้ป่วยวันละร้อยกว่ารายนั้น ทุกคนพุ่งเป้าไปที่การจัดชกมวยของเวทีลุมพินีเมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา จนเกิดเสียงก่นด่าว่ารัฐบาลตัดสินใจสั่งปิดสถานที่เหล่านั้นช้าเกินไปหรือไม่ แต่ก็มีคำถามว่า ท่านผู้นำเคยมีข้อสั่งการไปแล้วว่า ให้หลีกเลี่ยงหรือเลื่อนการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นการรวมตัวกันจำนวนมาก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ทำไมไม่ได้รับความร่วมมือ

เหตุใดหน่วยงานในสังกัดของกองทัพบกจึงไม่ใส่ใจเรื่องนี้ ล่าสุด พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก สั่ง พลเอกอยุทธ์ ศรีวิเศษ เจ้ากรมกำลังพลทหารบก ตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาสอบสวนกรณีดังกล่าว เนื่องจากถือเป็นเรื่องทางวินัยทหารที่จะต้องตรวจสอบ ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องของการหาแพะ และสุดท้ายก็เชื่อว่าไม่น่าจะมีใครต้องรับผิดชอบอะไร หากสรุปว่าผิดมันจะกระทบชิ่งไปยังรัฐบาลในแง่ของการดำเนินมาตรการไม่ทันสถานการณ์อีก หยิกเล็บเจ็บเนื้อเปล่าๆ

ในจังหวะที่ผู้คนแตกตื่นและตระหนกกับโควิด-19 ก็ไม่รู้ว่า “คณะก้าวหน้า” ภายใต้การนำของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ พรรคก้าวไกล ที่มี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นหัวขบวน เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกเหล่านั้นหรือไม่ ซึ่งประเมินว่าพอจะเข้าใจ แต่ความเชื่อมั่นที่มีอยู่เต็มเปี่ยม จึงทำให้เกิดการขับเคลื่อนประกาศทิศทางทางการเมือง และการทักท้วงประเด็นประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จนตกเป็นเหยื่ออันโอชะของฝ่ายที่จ้องจะขย้ำนำไปขยายผลทำให้หนึ่งคณะและหนึ่งพรรคเสียรังวัดไปพอสมควร

แม้ว่ามีความต้องการจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ต้องหัดดูบริบททางสังคมและความรู้สึกร่วมของผู้คนด้วยอย่าได้หลงเสียงเชียร์ของกองหนุนบางพวก เพราะคนเหล่านั้นส่วนใหญ่สายฮาร์ดคอร์ที่จะสวนกระแส ไม่แยแสว่าใครจะเป็นตายร้ายดีใด ๆ อยู่แล้ว ถือเป็นบทเรียนบางเรื่องจะเอาแต่ใจ ตามใจและเชื่อว่านำเสนอสิ่งดีไม่ได้ประสงค์ร้ายเพียงอย่างเดียวไม่ได้ การเมืองไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้จากคนที่รักปานจะกลืนสามารถพลิกเป็นเกลียดเข้าไส้ได้ในชั่วพริบตาเท่านั้น