“นายกฯ” ปัดตอบปม “ฝ่ายค้าน” ยื่นญัตติ เสนอตั้ง “กมธ.วิสามัญ” สอบเงินกู้ ยันมีแผนงานชัดเจน

"นายกฯ" ปัดตอบปม "ฝ่ายค้าน" ยื่นญัตติ เสนอตั้ง "กมธ.วิสามัญ" สอบเงินกู้ ยันมีแผนงานชัดเจน


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เดินทางเข้าอาคารรัฐสภา เพื่อร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน ในการแก้ไขปัญหา เยียวยา ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคม ในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้ง 3 ฉบับ

โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณใน พ.ร.ก.กู้เงินว่า เป็นเรื่องของฝ่ายค้านและรัฐบาลที่ต้องไปว่ากันในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร แต่ยืนยันว่าการดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการปกติอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อมีการอนุมัติกรอบใหญ่ก็จะมีการจัดทำแผนงานโครงการ มีคณะกรรมการคัดกรอง รวมถึงการรับฟังความเห็นจากประชาชน

พร้อมย้ำว่า ทุกอย่างมีกระบวนการตรวจสอบอยู่แล้ว ซึ่งทุกโครงการที่จะเสนอเข้ามา ต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัด และกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.จ.) ไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลจะเข้าไปตั้งโครงการเข้ามาเอง ขอฝ่ายการเมืองอย่าเข้าไปแทรกแซง

สำหรับประเด็นการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ สืบเนื่องจากที่ประชุมสภาฯ วันนี้ (29 พ.ค.63)​ นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน)​ และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ยื่นเสนอญัตติด่วนต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาตรวจสอบติดตามการใช้เงินตามพ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท โดยมี ส.ส.เข้าชื่อรับรองจำนวน 42 คน

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า การพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 3 ฉบับนั้น ฝ่ายค้านจำใจต้องยอมอนุมัติ เพราะไม่สามารถคัดค้านการอนุมัติได้ แต่ตั้งข้อสังเกตว่าการใช้งบประมาณเงินกู้ดังกล่าวของรัฐบาลไม่มีรายละเอียดหรือแผนงานที่ชัดเจนเลย โดยเฉพาะการกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ที่แบ่งงบจำนวน 4 แสนล้านบาทไปเป็นงบฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งมีแต่แผนกว้างๆ แต่ไม่มีรายละเอียด ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วง

โดยจะมีการอนุมัติในช่วงเดือนมิถุนายน จากนั้นจะมีการใช้เงินในช่วงเดือนกรกฎาคม และต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จในปี 2564 ตนเองจึงหวังว่าสภาผู้แทนราษฎรจะบรรจุเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วน และหวังว่า ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะเห็นร่วมกัน

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อเปิดช่องสำหรับการแก้ไขให้เข้ากับสถานการณ์ เสนอแก้คุณสมบัติของกรรมการกลั่นกรองโครงการเพื่อฝ่ายการเมือง นักวิชาการ และแก้ไขการใช้งบประมาณในโครงการให้มีการตรวจสอบบัญชีและประมูลใหม่ได้

Back to top button