เคาะ 4 หุ้น “รับเหมา-ก่อสร้าง” ตัวท็อป! รับรัฐเร่งลงทุนโครงการขนาดใหญ่

เคาะ 4 หุ้น "รับเหมา-ก่อสร้าง" ตัวท็อป! รับรัฐเร่งลงทุนโครงการขนาดใหญ่

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ทำการสำรวจกลุ่มหุ้นที่อยู่กับกระแสรัฐบาลเร่งแผนลงทุนโครงการขนาดใหญ่ อาทิ การประมูลรถไฟฟ้าสีส้ม-สีม่วงใต้ในปีนี้ และสีน้ำตาลปีหน้า รวมทั้งการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี’64 คาดจะเป็นจิตวิทยาเชิงบวกต่อหุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง อาทิ CK,STEC,SEAFCO,PYLON โดยนักวิเคราะห์ได้ระบุไว้ดังนี้

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า กลุ่มก่อสร้างเป็นขาขึ้น การลงทุนภาครัฐเป็นเครื่องจักรเดียวที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นสัญญาณบวกต่อกลุ่มก่อสร้างที่จะเริ่มเห็นการประมูลรถไฟฟ้าสีส้ม-สีม่วงใต้ในปีนี้ และสีน้ำตาลปีหน้า เป็นบวกต่อ CK, STEC, SEAFCO, PYLON และผู้เดินรถ BEM, BTS (ชอบ BEM มากกว่า)

 

บล.ไอร่า ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ธีมการลงทุน  นักลงทุนระยะกลาง : ยังแนะนำให้นักลงทุน ทยอยขายทำกำไร-ลดพอร์ต (โดยแนะนำให้นักลงทุนขายลดพอร์ตตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา) เพื่อรอรับใหม่อีกครั้งตั้งแต่ช่วงโซน 1,275 – 1,215 เพื่อรอเข้าซื้อหุ้นในกลุ่ม “รับเหมา-ก่อสร้าง” (CK, STEC และ SEAFCO) รับโครงการต่างๆ จากภาครัฐที่จะเริ่มเข้ามาประมูลในช่วงครึ่งปีหลังอาทิ รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก และ รถไฟทางคู่ รวมทั้งการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี’64 คาดจะเป็นจิตวิทยาเชิงบวกต่อหุ้นในกลุ่มดังกล่าวได้

 

บล.เอเซีย พลัส กลยุทธ์การลงทุน ทิศทางของตลาดหุ้นสำคัญในต่างประเทศ ยังผันผวนไปตามกระแสเรื่อง Covid-19 และ พัฒนาการของ Trade War ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่สำหรับในประเทศไทยอยู่ในช่วงที่ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ หลังจากที่สถานการณ์ระบาดของ Covid-19 ในประเทศคลี่คลาย

ทั้งนี้เป็นการดำเนินการผ่านมาตรการผ่อนคลายให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาอยู่ในภาวะที่ใกล้เคียงปกติมากที่สุด อีกทางหนึ่งก็เป็นเรื่องของการจัดหามาตรการกระตุ้น โดยจากนี้ไปฝ่ายวิจัยเชื่อว่าน่าจะเห็นการใช้องค์ประกอบเรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก

ซึ่งมีทั้งในส่วนของโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลอย่างรถไฟฟ้าสายสีส้ม และการลงทุนในโครงข่ายโทรคมนาคมของภาคเอกชนเพื่อเข้าสู่ยุค 5G ซึ่งหุ้นที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้น่าจะได้รับประโยชน์

โดยรวมทำให้ ASPS เชื่อว่า Theme การลงทุนหุ้นในช่วงนี้จะยังอยู่กับกระแสการลงทุนภาครัฐ  คือ จะเห็นกระแสรัฐบาลเดินหน้าเร่งแผนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้า ที่เริ่มมีออกมา Timeline  ชัดขึ้นในเดือน ก.ค.  อาทิ

รถไฟฟ้าสายสีส้ม(ตะวันตก) ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (งานโยธาสายสีส้มตะวันตก และงานเดินรถตลอดทั้งเส้น) มูลค่าราว 9.6  หมื่นล้านบาท  หลังจาก ครม. อนุมัติไปเรียบร้อยแล้ว ออกหลักเกณฑ์ TOR 3-9 ก.ค. 63 และเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอ ก.ย.  และคาดลงนามในสัญญาร่วมลงทุนเดือน  ธ.ค.63

รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้เตาปูน-ราษบูรณะ วงเงิน 8 หมื่นล้านบาท กำหนดเปิดประมูลงานโยธาภายในเดือน ก.ย.นี้ และคาดจะรู้ผลประมูลได้ภายในสิ้นปี

Sentiment  เชิงบวกต่อหุ้นในกลุ่มรับเหมาใหญ่ อาทิ CK, STEC  และกลุ่มรับเหมางานฐานราก โดยฝ่ายวิจัยชื่นชอบ  SEAFCO([email protected]8.2) โดย จุดเด่นพื้นฐาน คือ ล่าสุด การประกาศได้งานเสาเข็มใหม่ 3 โครงการ อาทิ รพ.จุฬาภรณ์ แจ้งวัฒนะ, โครงการปรับปรุงห้างเซ็นทรัล พลาซ่า พระราม 2, และ ห้างเซ็นทรัล เอ็มบาสซี(ส่วนต่อขยาย) มูลค่า 800 ล้านบาท หนุน Backlog ขึ้นทำจุดสูงสุดรอบ 7 ไตรมาส  ราคาหุ้นยังน่าสนใจ PER เพียงแค่ 9.9x และ Div.Yield สูง 4.85% มี Upside เปิดกว้าง 46%

 

บล.คันทรี่ กรุ๊ป Weekly Strategy: ยังแนะนักลงทุนถือครองเงินสดระดับสูง ส่วนกลุ่มแนะนำประจำสัปดาห์ได้แก่ รับเหมาก่อสร้าง (CK STEC) รถไฟฟ้า (BEM BTS)  

โดย CK (ซื้อ / 29.75 บาท) ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 29.75 จากเดิม 17.75 เนื่องจากปรับไปใช้กำไรปี 21 ที่คาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโต 60%YoY หนุนจากการกลับมาฟื้นตัวของบริษัทลูก (BEM CKP TTW) ขณะเดียวกันด้านปัจจัยบวกจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างบริษัทลูก (BEM) เตรียมจะเข้าประมูลสายสีส้มในช่วง ต.ค. เชื่อว่ามีโอกาสสูงที่ BEM จะชนะการประมูลซึ่งระบบงานก่อสร้าง CK จะเป็นผู้รับประโยชน์ไปมูลค่าโครงการราว 1.2 แสนล้านบาทช่วยเพิ่ม Backlog ให้กับ CK จากปัจจุบันที่เหลือ Backlog เพียง 3 หมื่นล้านบาทเพียงพอการรับรู้รายได้ขั้นต่ำ 4 ปี

 

บล.เคจีไอ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า กลุ่มรับเหมาฯ น้ำหนักลงทุน “เท่ากับตลาดฯ” Update การประมูลโครงการรถไฟฟ้า MRT สายสีส้มตะวันตก ล่าสุด รฟม. กำหนดประกาศเชิญชวนฯ วันที่ 3-9 ก.ค. 2563 และจำหน่ายเอกสาร RFP วันที่ 10-24 ก.ค. 2563 และกำหนดให้เอกชนยื่นข้อเสนอภายในเดือน ก.ย. 2563 โดยคาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาร่วมลงทุนได้ในเดือน ธ.ค.2563 (อย่างไรก็ดีฝ่ายวิจัยฯ กำหนดสมมติฐานว่าจะสามารถลงนามได้ใน 1H64 เนื่องจากอาจจะมีการเจรจาที่ทำให้ล่าช้า)

ทั้งนี้สำหรับกลุ่มผู้เข้าร่วมประมูลหลักคาดว่าจะเป็น i) กลุ่มร่วมทุน BTS* (BTS*, STEC*, GULF*, RATCH*) และ ii) กลุ่มร่วมทุน BEM* (BEM*, CK*) คาดมูลค่าโครงการจะอยู่ที่ราว 1.2 แสนล้านบาท (งานโครงสร้าง 9 หมื่นล้านบาท / งานระบบรถไฟฟ้า 3 หมื่นล้านบาท) โดยฝ่ายวิจัยฯประเมินกลุ่มร่วมทุน BTS* มีภาษีเหนือกว่าเล็กน้อยสำหรับการประมูลครั้งนี้ เลือก STEC* เป็นหุ้นเด่น

 

บล.บัวหลวง ระบุในบทวิเคราะห์ว่า งานโครงการรัฐฯช่วงนี้จะมีข่าวทยอยออก รวมไปถึงการเร่งเซ็นสัญญา เพื่อให้เกิดการลงทุนจากภาคเอกชน เช่น โครงการแหลมฉบังเฟส 3 ของ PTT-GULF และ ITD ลุ้นงานถมทะล, O&M มอเตอร์เวย์ 2 เส้นทาง-BTS GULF STEC RATCH (BGSR), งานประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนต่อขยาย (ตต.) และ ยังมีรถไฟฟ้าม่วงใต้ รออยู่ในแผนงานรัฐบาล, งานปฎิรูป-รถเมล์ไทย ประมูลเส้นทางเดินรถใหม่ และเช่ารถเมล์ ขสมก.

*ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน