เร่งคืนฟอร์ม

*ก่อนอื่นต้องบอกให้พวกคนที่ชอบบิดเบือนข้อมูลเพื่อหวังผลบางอย่างให้เข้าใจก่อนว่า การจั่วหัวทำนองนี้เพื่อทำให้นักลงทุนเข้าใจสถานการณ์ธุรกิจ และตลาดหุ้นกำลังเริ่มเห็นแสงสว่างมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้นักเล่นต้องตื่นตัวในการเตรียมพร้อมการเล่นรอบถี่ขึ้นก็เท่านั้นเอง..ส่วนใครจะนำเอาประเด็นดังกล่าวไปผูกโยงกับเรื่องทางการเมือง หรือม็อบฟรุ้งฟริ้งต่าง ๆ มันเป็นคนละเรื่องกันเลยนะคะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*ก่อนอื่นต้องบอกให้พวกคนที่ชอบบิดเบือนข้อมูลเพื่อหวังผลบางอย่างให้เข้าใจก่อนว่า การจั่วหัวทำนองนี้เพื่อทำให้นักลงทุนเข้าใจสถานการณ์ธุรกิจ และตลาดหุ้นกำลังเริ่มเห็นแสงสว่างมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้นักเล่นต้องตื่นตัวในการเตรียมพร้อมการเล่นรอบถี่ขึ้นก็เท่านั้นเอง..ส่วนใครจะนำเอาประเด็นดังกล่าวไปผูกโยงกับเรื่องทางการเมือง หรือม็อบฟรุ้งฟริ้งต่าง ๆ มันเป็นคนละเรื่องกันเลยนะคะ

*สาเหตุที่ทำให้ “โมนิก้า” ต้องแตะเรื่องการเมืองนิด ๆ หน่อย ๆ เพื่อเบรกอารมณ์ผู้คนให้แยกแยะประเด็นปัญหากันสักหน่อย เริ่มจากเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ก็เห็นกันทนโท่ว่า เรื่องนี้มีการเตะถ่วงอีกนาน (อ้างถึงขั้นตอนมากมาย และต้องทำประชาพิจารณ์) ชาติไหนถึงจะได้ลงมือแก้กันสักที !..ส่วนเรื่องม็อบนักศึกษาที่เพิ่งจัดกันไปหยก ๆ ก็ถูกตั้งคำถามถึงระบบแสงสีเสียงที่ละลานตาเอาเงินที่ไหนมาใช้ ? หรือแม้กระทั่งการกันผู้สื่อข่าว และต้องลงทะเบียนเป็นพิเศษ เดี๊ยนดูแล้วค่อนข้างคล้ายกับม็อบ “สีแดง สีฟ้า” สมัยก่อนเลยพะยะค่ะ

*ด้วยข้อมูลข้างต้นที่ปรากฏให้เห็นชัดเจน เดี๊ยนเลยมองว่า ไม่ควรเอาเรื่องมาปะปนกับการลงทุนเป็นอันขาด เพราะตลาดหุ้นให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจเป็นลำดับแรก บวกกับในช่วง 10 กว่าปีที่เราจมปลักอยู่กับปัญหาแก่งแย่งอำนาจ ส่งผลให้ภาคเอกชนพยายามออกห่างจากวังวนอุบาทว์ และพยายามช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากสุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมกับใช้เครื่องมือทางการเงินอย่างเต็มที่นะจะบอกให้

*ฉะนั้นการที่ดัชนีวิ่งขึ้นมายืนบริเวณ 1,336.84 จุด บวกไป 14.83 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.2 หมื่นล้านบาท พร้อมกับมีข่าวดีที่ต่างประเทศเปิดน่านฟ้ารับนักท่องเที่ยวชาวไทย มันเป็นโมเมนตัมที่ทำให้หุ้นบางตัวได้รับอานิสงส์อีกครั้ง และเป็นตัวเร่งให้บรรยากาศการลงทุนกลับมาคึกคัก ภาพที่นักเล่นพากันเคาะขวารัว ๆ ถึงสนุกเร้าใจอย่าบอกใครเชียว เดี๊ยนเลยเกิดอาการอินกระแสไปกับเขาด้วยคนไงล่ะจ๊ะ

*โดยเฉพาะในรายของน้องมิ้น MINT กระชากขึ้นรับข่าวฝั่งยุโรปเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว มันเป็นประเด็นที่ส่งผลโดยตรงกับผลงานในอนาคตของหุ้นตัวนี้เต็ม ๆ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า พอร์ตธุรกิจโรงแรมใหญ่ ๆ อยู่ในฝั่งยุโรปทั้งนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้นมาปิดที่ 20.20 บาท บวกไป 1.90 บาท หรือขึ้นไป 10.38% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.46 พันล้านบาท เพราะทุกคนมองข้ามช็อตไปแล้วว่า ผลงานไตรมาส 4 น่าจะกระเตื้องขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเจ้าค่ะ

*ส่วนในรายของเสือนอนกินอย่าง AOT ก็ใช้ข่าวดังกล่าวถีบตัวขึ้นมาปิดที่ 53.25 บาท บวกไป 4.25 บาท หรือขึ้นไป 8.67% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.25 พันล้านบาท พร้อมกับทำให้ทุกคนลืมเลือนปมร้อนธรรมาภิบาลที่คุโชนในหมู่นักวิเคราะห์แบบนี้ มันทำให้เดี๊ยนยิ่งมองเป็นเรื่องของ “อารมณ์” ที่อยู่เหนือ “เหตุผล”  จึงอยากให้แฟนคลับขาลุยติดตามสถานการณ์ของธุรกิจ และราคาหุ้นจะเป็นอย่างไรกันต่อไปนะคะ

*อีกหนึ่งหุ้นที่มาด้วยฟอร์มอันร้อนแรง “โมนิก้า” ขอชี้เป้าไปยังหุ้นปลากระป๋อง TU หลังกระชากขึ้นมายืนปิดที่ 13.90 บาท บวกไป 0.80 บาท หรือขึ้นไป 6.11% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.66 พันล้านบาท กลายเป็นช็อตที่นักวิเคราะห์เม้าท์มอยกันมากเหลือเกิน เดี๊ยนถึงมองการดีดตัวขึ้นหลังจากซึมกระทือเป็นเวลาหลายสัปดาห์ น่าจะเป็นการเร่งคืนฟอร์มของหุ้นที่ทำผลงานได้เสมอตัวในภาวะเศรษฐกิจดำดิ่งเจ้าค่ะ

*เช่นเดียวกับในรายของรถไฟฟ้ามาหานะเธอ BTS กระชากขึ้นมาปิดที่ระดับ 10.60 บาท บวกไป 0.65 บาท หรือขึ้นไป 6.53% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.04 พันล้านบาท ก็เป็นการเด้งขึ้นแรงครั้งแรกในรอบ 2 เดือนที่หุ้นซึมลงมาเรื่อย ๆ “โมนิก้า” มองเป็นช็อตที่สุ่มเสี่ยงเกินไปสำหรับสิ่งที่เห็นกันเต็มตาว่า ยังไม่กลับคืนสู่สภาพปกติ จึงอยากเตือนแฟนคลับให้เพิ่มความระมัดระวังอีกสักนิด เพราะกลุ่มนี้ไม่เหมือนเดิม หลังจากผู้บริหาร เฮีย ค. กำลังเป็นที่โจษจันในหมู่สังคมลงทุนทางลบ (วันหน้าจะมาลากไส้ให้ดู) นะซี

*คล้ายกับกรณีของหุ้น TKN กระชากขึ้นทั้งที่ผลงานก็ดูงั้น ๆ แต่ด้วยความเชื่อที่ว่า ผลงานน่าจะดีขึ้นเรื่อย ๆ หุ้นเลยกระชากขึ้นมาปิดที่ 10.30 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 10.75 % ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 978.22 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นช็อตที่นักเล่นต้องเผื่อใจกับหุ้นตัวนี้ไว้มาก ๆ เพราะผลงานในช่วง 2 ปีหลังมีแต่ทรุดลง  และดีสุดของปีนี้น่าจะอยู่ในลักษณะทรงตัวมากกว่านะคะ