สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 25 ส.ค. 2563

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 25 ส.ค. 2563

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (25 ส.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นแอปเปิล และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐที่ปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq และ S&P500 ปิดทำนิวไฮ เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มธุรกิจสุขภาพ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,248.44 จุด ลดลง 60.02 จุด หรือ -0.21% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,443.62 จุด เพิ่มขึ้น 12.34 จุด หรือ +0.36% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,466.47 จุด เพิ่มขึ้น 86.75 จุด หรือ +0.76%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (25 ส.ค.) โดยถูกกดดันจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ไร้ทิศทาง และการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งบดบังความเชื่อมั่นของนักลงทุนเกี่ยวกับความคืบหน้าในการรักษาโรคโควิด-19

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.30% ปิดที่ 369.75 จุด

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,061.62 จุด ลดลง 4.92 จุด หรือ -0.04% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,037.01 จุด ลดลง 67.72 จุด หรือ -1.11% ขณะที่ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,008.27 จุด เพิ่มขึ้น 0.38 จุด หรือ +0.01%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเมื่อคืนนี้ (25 ส.ค.) โดยหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ถ่วงตลาดลง ขณะที่เงินปอนด์ที่แข็งค่าขึ้นและยอดค้าปลีกที่ลดลงเกินคาดถ่วงตลาดลงด้วย

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,037.01 จุด ลดลง 67.72 จุด หรือ -1.11%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (25 ส.ค.) โดยราคาน้ำมันยังคงได้รับแรงหนุนจากรายงานข่าวที่ว่า บริษัทน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกได้ปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันลงกว่า 80% เนื่องจากกังวลผลกระทบของพายุเฮอร์ริเคน

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 73 เซนต์ หรือ 1.7% ปิดที่ 43.35 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค.ปีนี้

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 73 เซนต์ หรือ 1.6% ปิดที่ 45.86 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค.ปีนี้

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่สองเมื่อคืนนี้ (25 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงเทขายขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากมีสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงยอดขายบ้านใหม่ที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดรอบกว่า 13 ปี ยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนลดความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 16.1 ดอลลาร์ หรือ 0.83% ปิดที่ 1,923.1 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 33.4 เซนต์ หรือ 1.26% ปิดที่ 26.273 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 9.5 ดอลลาร์ หรือ 1.03% ปิดที่ 934 ดอลลาร์/ออนซ์

ส่วนสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 6.40 ดอลลาร์ หรือ 0.3% ปิดที่ 2,171.90 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (25 ส.ค.) ขานรับดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีที่ดีดตัวสูงกว่าคาดในเดือนส.ค. ขณะที่ดอลลาร์ถูกกดดันจากรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐที่ร่วงลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.31% แตะที่ 93.0136 เมื่อคืนนี้

ยูโรแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.1835 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1790 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3146 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3056 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ร่ะดับ 0.7195 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7160 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 106.32 เยน จากระดับ 105.96 เยน แต่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9077 ฟรังก์ จากระดับ 0.9112 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3183 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ  1.3232 ดอลลาร์แคนาดา