10 บจ. mai โชว์งบ Q2 กำไรโตทะลักเกิน 100%

10 บจ. mai โชว์งบ Q2 กำไรโตทะลักเกิน 100%

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ทำการรวบรวมข้อมูลบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ประกาศงบไตรมาส 2/2563 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิ.ย.2563 มานำเสนอเพื่อให้เห็นแนวโน้มผลการดำเนินงานในงวดดังกล่าวและให้เห็นทิศทางธุรกิจในไตรมาสที่เหลือ

โดยครั้งนี้ทำการคัดเลือกหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ mai  ที่มีผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2563 เติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเกิน 100% โดยครั้งนี้คัดเลือกมา 10 บริษัทที่มีผลกำไรเติบโตเข้าเกณฑ์ อีกทั้งเป็นหุ้นที่กำไรเติบโตสวนปัจจัยลบทั้งภาวะสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ และการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งกระทบต่อภาพรวมธุรกิจทุกกลุ่มในช่วงครึ่งปีแรก 2563

สำหรับ 10 หุ้นที่มีกำไรเติบโตเกิน 100 % ประกอบด้วย PHOL,MOONG,PIMO,XO,MBAX,TPAC,DOD,BROOK, MGT,KWM ดังตารางประกอบ

ส่วนหุ้นที่เติบโตมากสุดอันดับ 1 คือ บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) หรือ PHOL กำไรสุทธิไตรมาส 2/2563 อยู่ที่ 18.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 958.79% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 1.73  ล้านบาท

เนื่องจากมีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 245.47 ล้านบาท ประกอบด้วยรายได้จากการขาย 242.98 ล้านบาท รายได้จากการให้บริการ 2.49 ล้านบาท รายได้จากการขายและการให้บริการรวมเพิ่มขึ้น 23.68 ล้านบาท หรือ 10.68% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 221.79 ล้านบาท

ทั้งนี้ รายได้ที่เพิ่มขึ้นหลักมาจากการจัดจำหน่ายสินค้าด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล และอุปกรณ์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง อันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 เชน หน้ากากอนามัย ชุดป้องกัน (PPE) ถุงมือยางและถุงมือไนไตร ซึ่งยังมีความจำเป็นต้องใช้สินค้าดังกล่าวต่อเนื่อง

นอกจากบริษัทยังประกาศจ่ายปันผลจากงวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค. 2563 ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2563 อัตราจ่ายเป็นเงินสด (บาทต่อหุ้น) 0.15 บาทต่อหุ้น ให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญ โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่ได้รับสิทธิปันผลในวันที่ 25 ส.ค. 2563 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 9 ก.ย. 2563

 

อันดับ 2 บริษัท มุ่งพัฒนา อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MOONG กำไรสุทธิไตรมาส 2/2563 อยู่ที่ 21.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 758.19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 2.56  ล้านบาท โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากไตรมาส 2/63 ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที 179.28 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 195.29 ล้านบาท

 

อันดับ 3 บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน)  หรือ PIMO  กำไรสุทธิไตรมาส 2/2563 อยู่ที่ 10.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 678.80% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 1.38 ล้านบาท เนื่องจากไตรมาส 2/2563 รายได้จากการขายอยู่ที่160.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 147.17 ล้านบาท

นายวสันต์ อิทธิโรจนกุล กรรมการผู้จัดการ PIMO คาดว่า กำไรสุทธิปีนี้จะทำสถิติสูงสุดใหม่จากเดิมที่เคยทำไว้เมื่อปี 59 ที่ระดับ 40.36 ล้านบาท หลังจากที่ช่วงครึ่งปีแรกมีกำไรสุทธิแล้ว 30.51 ล้านบาท จากการผลิตมอเตอร์ที่ใช้ในสระว่ายน้ำ ประเภทมอเตอร์ความเร็วปรับรอบได้ variable speed motor (DC) ซึ่งปัจจุบันมีคำสั่งซื้อจากสหรัฐเข้ามาเต็มจำนวนจนถึงเดือน ธ.ค.โดยกลุ่มสินค้าดังกล่าวมีมาร์จิ้นค่อนข้างสูง

สำหรับคำสั่งซื้อที่เข้ามามากขึ้นดังกล่าว เป็นผลจากการที่สหรัฐเตรียมประกาศห้ามจำหน่ายมอเตอร์ความเร็ว 1 รอบ single speed motor (AC) ที่ใช้กับสระว่ายน้ำ ตั้งแต่ในวันที่ 18 ก.ค. 64  ขณะที่งบริษัทมีนวัตกรรมการผลิตสินค้าประเภท DC หรือมอเตอร์ชนิดพิเศษ BLDC ที่ทางบริษัทซื้อสิทธิบัตรในการผลิตสินค้ามาในช่วงก่อนหน้านี้จะเข้ามาเป็นสินค้าทดแทนประเภท AC โดยสิทธิบัตรดังกล่าวจะทำให้บริษัทเป็นเพียงรายเดียวที่สามารถผลิตสินค้าดังกล่าวได้

นอกจากนั้น บริษัทเตรียมงบลงทุนไว้ราว 26 ล้านบาท เพื่อที่จะขยายกำลังการผลิตมอเตอร์ DC เป็น 120 ลูกต่อวัน ในเดือน พ.ย. นี้ จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตอยู่ 50-70 ลูกต่อวัน ขณะที่มอเตอร์ AC ปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 400 ลูกต่อวัน

นายวสันต์ กล่าวว่า สำหรับปี 64 บริษัทคาดว่ารายได้จะกลับไปที่เป้าหมาย 800 ล้านบาท หรือเติบโตจากปี 63 ราว 15% โดยบริษัทได้เตรียมงบลงทุนไว้อีกกว่า 100 ล้านบาทเพื่อที่จะขยายกำลังการผลิตมอเตอร์ AC ราว 50 ล้านบาท และใช้อีกราว 50 ล้านบาทในการขยายกำลังการผลิตมอเตอร์ DC ให้เป็น 240 ลูกต่อวัน

 

อันดับ4 บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO กำไรสุทธิไตรมาส 2/2563 อยู่ที่ 91.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 560.83% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 13.91 ล้านบาท โดยผลการดำเนินงานไตรมาสดังกล่าวเพิ่มขึ้นเนื่องจากบริษัทมีรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น 129.20 ล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 61.48% สาเหตุหลักเกิดจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายสินค้าในกลุ่มซอสปรุงรสและน้ำจิ้มต่างๆ ในทวีปยุโรป

ขณะที่บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลงวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค. 2563 ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2563 อัตราการจ่ายปันผลเป็นเงินสด 0.168 บาทต่อหุ้น วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) 28 ส.ค. 2563 วันที่จ่ายปันผล 11 ก.ย. 2563

 

อันดับ 5 บริษัท มัลติแบกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ  MBAX กำไรสุทธิไตรมาส 2/2563 อยู่ที่ 66.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 542.02% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 10.38 ล้านบาท โดยผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเนื่องจากรายได้ได้รวมไตรมาส 2/63 อยู่ที่ระดับ 522.13 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 348.65 ล้านบาท

*ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน

คำค้น