BGC เผยผลประกอบการครึ่งปีแรกแข็งแกร่ง มุ่งเน้นตลาดส่งออก มั่นใจจบปีรายได้ตามเป้า

BGC เผยผลประกอบการครึ่งปีแรกแข็งแกร่ง มุ่งเน้นตลาดส่งออก มั่นใจจบปีรายได้ตามเป้า พร้อมลุยธุรกิจกลุ่มบรรจุภัณฑ์ใน-นอกประเทศเต็มตัว

บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ บีจีซี หรือ BGC ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์แก้ว ในเครือ บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) เผยผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกของปี 2563 รายได้รวม 5,210 ล้านบาท เตรียมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ของปี 2563 ให้แก่ผู้ถือหุ้นอัตราหุ้นละ 0.09 บาท ในเดือนกันยายนนี้

นายศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เผยว่า “ในช่วงไตรมาส 2 ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้รายได้รวมงวด 6 เดือนแรกของปี 2563 มีมูลค่า 5,210 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายบรรจุภัณฑ์แก้วมูลค่า 4,954 ล้านบาท และยอดขายพลังงานหมุนเวียนคิดเป็นมูลค่า 256 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิงวด 6 เดือนแรกของปี 241 ล้านบาท แบ่งเป็นกำไรจากบรรจุภัณฑ์แก้ว 206 ล้านบาท และพลังงานหมุนเวียน 35 ล้านบาท”

“ซึ่งการที่รายได้ของบริษัทยังคงแข็งแกร่งและดีกว่าภาพรวมตลาด ปัจจัยหลักมาจากตลาดส่งออกและการบริหารจัดการกระบวนการผลิต โดยช่วงสถานการณ์โควิด 19 บริษัทได้ติดตามและวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าและตลาด ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาราคาต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ปรับตัวลดลง ส่งผลให้บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ โครงการโซล่าฟาร์มที่เวียดนามของบริษัททั้ง 2 ฟาร์ม สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตามเป้าที่วางไว้ จึงเป็นส่วนสำคัญที่เข้ามาช่วยสนับสนุนรายได้ของบริษัท”

โดยบีจีซีมั่นใจว่ายอดขายช่วงไตรมาส 3 และ 4 จะมีแนวโน้มดีขึ้น คาดว่ายอดขายรวมทั้งปีของบริษัทน่าจะไม่แตกต่างจากปีที่แล้วมากนัก ถึงแม้จะมีสถานการณ์โควิด 19 เข้ามา

“เดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา ลูกค้าหลักเริ่มมีออเดอร์กลับเข้ามา ส่งผลให้ยอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นสัญญาณที่ดีในช่วงครึ่งปีหลัง รวมถึงบริษัทยังคงเดินหน้าเติบโตจากการส่งออกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรที่ดี ซึ่งปัจจุบันกลุ่มลูกค้าในต่างประเทศของบริษัทอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา CLMV อินเดีย ยุโรป และออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์ ประกอบกับในส่วนของธุรกิจพลังงานหมุนเวียนยังคงเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ โดยมีอัตรากำไรที่ดี ซึ่งช่วยเสริมรายได้ของบริษัทให้เพิ่มขึ้น” นายศิลปรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ บีจีซีตั้งเป้าขยายธุรกิจผ่านกลยุทธ์การให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) พร้อมสนองความต้องการของลูกค้าอย่างรอบด้าน นอกจากนี้ ยังแสวงหาโอกาสเติบโตทางธุรกิจ ผ่านการลงทุนในธุรกิจที่หลากหลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยอยู่ระหว่างเจรจาควบรวมกิจการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ เพื่อมุ่งสู่การเป็น ‘โทเทิล แพคเกจจิ้ง โซลูชั่น (Total Packaging Solution) อย่างเต็มตัว

จากปัจจัยดังกล่าวทำให้บีจีซีได้รับการจัดอันดับเครดิตจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด หลังจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นครั้งแรก ที่ระดับ “A-” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ ควบคู่กับการบริหารงานบนหลักธรรมาภิบาล โดยบีจีซีได้รับการรับรองและเข้าร่วมเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) สร้างความเชื่อมั่นจากสถาบันการเงินและนักลงทุนเป็นอย่างดี