
“นายก” ชูไทยจังหวะลงทุนใหม่ ดึงเอกชนฝรั่งเศสลุย EEC–พลังงานสะอาด–AI
นายกฯ พบสมาคมนายจ้างฝรั่งเศส ประกาศ “Moment to Invest in Thailand” ชูศักยภาพประตูสู่อาเซียน เดินหน้าดึงลงทุน EEC พลังงานสะอาด AI และอุตสาหกรรมการบิน พร้อมเร่ง FTA ไทย-EU และเป้าเข้า OECD
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09:00 น. วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่นฝรั่งเศส ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะ อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พบหารือกับสมาคมนายจ้างฝรั่งเศส (MEDEF International) ณ ห้อง Salon Foch ชั้น 1 Le Cercle de l’Union interalliée กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส
นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาในกิจกรรม Exclusive Meeting with the Prime Minister of Thailand โดยมี นายฟรองซัวส์ กอร์แบง (Mr. François Corbin) รองประธาน MEDEF International และประธานสภาธุรกิจฝรั่งเศส-ไทย พร้อมผู้แทนภาคเอกชนจาก MEDEF International เข้าร่วมกว่า 38 บริษัท
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่บริษัทชั้นนำและผู้นำภาคธุรกิจของฝรั่งเศสจำนวนมากให้ความสนใจเข้าร่วมงาน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาคเอกชนฝรั่งเศสที่มีต่อประเทศไทย พร้อมย้ำว่า ขณะนี้ถือเป็น “Moment to Invest in Thailand” หรือ “ช่วงเวลาแห่งการลงทุนในไทย” พร้อมตอกย้ำศักยภาพของไทยในฐานะประตูสำคัญสู่อาเซียนและภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
ทั้งนี้ ฝรั่งเศสถือเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทยในสหภาพยุโรป โดยในปี 2568 มีมูลค่าการค้าระหว่างกันเกือบ 4.2 พันล้านยูโร ขณะที่ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้รับคำขอส่งเสริมการลงทุนจากบริษัทฝรั่งเศสเกือบ 100 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 725 ล้านยูโร
นายกรัฐมนตรี กล่าวเชิญชวนภาคเอกชนฝรั่งเศสเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมใหม่ อาทิ พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม อุตสาหกรรมการบินและศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานและอุปกรณ์ (MRO) อุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง อุตสาหกรรมชีวภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีชีวภาพ ตลอดจนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ขั้นสูง
ทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นว่า ไทยมีโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก ระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงครบวงจร ทรัพยากรบุคคลที่มีศักยภาพ ห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็ง และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการลงทุน ควบคู่กับมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่จูงใจ โดยเฉพาะเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเต็มที่ และกำลังเติบโตเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ รองรับอุตสาหกรรมขั้นสูงและความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระยะยาวในอนาคต

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า ไทยกำลังเดินหน้าเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เพื่อให้นักลงทุนเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนได้ง่ายขึ้น พร้อมผลักดันโครงการ Thailand FastPass ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกแก่โครงการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ ลดระยะเวลาในการอนุมัติและออกใบอนุญาตต่าง ๆ อย่างมีนัยสำคัญ
พร้อมกันนี้ ยังย้ำจุดแข็งของประเทศไทย ทั้งด้านต้นทุนที่แข่งขันได้ บุคลากรที่มีทักษะสูง พันธมิตรท้องถิ่นที่เข้มแข็ง และการเป็นประตูเชื่อมสู่ตลาดอาเซียนกว่า 700 ล้านคน รวมถึงตลาดเอเชีย
ในด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไทยกำลังผลักดันความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศสสู่การเป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” ขณะที่การเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป (FTA ไทย-EU) จะเปิดโอกาสใหม่ต่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ลึกซึ้งมากขึ้น รวมถึงกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นของไทยในการยกระดับมาตรฐานกฎหมายและแนวปฏิบัติสู่ระดับสากล
นายกรัฐมนตรี ยืนยันความพร้อมต้อนรับคณะผู้แทนจาก MEDEF International ซึ่งมีกำหนดเยือนไทยในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อสานต่อการหารือและขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-ฝรั่งเศสให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ผู้บริหารระดับสูงของสมาคมนายจ้างฝรั่งเศสยังให้ความสนใจสอบถามแนวนโยบายสำคัญของรัฐบาลไทย อาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานสู่พลังงานสะอาด การพัฒนาทักษะแรงงาน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการอนุรักษ์โบราณสถานและส่งเสริมวัฒนธรรมไทย

