TASCO บทเรียนการพึ่งพิง

กลายเป็นเรื่องทอล์กออฟเดอะทาวน์ในแวดวงโรงกลั่น...เมื่ออยู่ ๆ บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO ก็งานเข้าไม่ทันตั้งตัว ถูกสหรัฐอเมริกา ในนาม US State Department ส่งหนังสือบีบให้บริษัทหยุดซื้อน้ำมันดิบจากประเทศเวเนซุเอลา โดยให้มีผลตั้งแต่ปลายเดือน พ.ย. 2563 เป็นต้นไป

สำนักข่าวรัชดา

กลายเป็นเรื่องทอล์กออฟเดอะทาวน์ในแวดวงโรงกลั่น…เมื่ออยู่ ๆ บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO ก็งานเข้าไม่ทันตั้งตัว ถูกสหรัฐอเมริกา ในนาม US State Department ส่งหนังสือบีบให้บริษัทหยุดซื้อน้ำมันดิบจากประเทศเวเนซุเอลา โดยให้มีผลตั้งแต่ปลายเดือน พ.ย. 2563 เป็นต้นไป

แถมขู่อีกว่า หาก TASCO ดันทุรังไม่ปฏิบัติตามจะถูกมาตรการคว่ำบาตร จากสหรัฐฯ ทันที…

โอ้มายก้อด…สหรัฐฯ ท้าตีท้าต่อยกับเวเนซุเอลาแท้ ๆ เหตุใดถึงมาทำให้คนอื่นพลอยเดือดร้อนไปด้วย…แบบนี้ก็ไม่ต่างจากอันธพาลสินะ

สุดท้าย TASCO ก็ถูกมัดมือชก…ต้องหยุดซื้อน้ำมันดิบจากประเทศเวเนซุเอลา ตามที่ US State Department ร้องขอ เอ๊ะ…หรือเป็นคำขู่กันแน่

ส่งผลให้ TASCO จำใจต้องปิดโรงกลั่นในเมือง Kemaman ประเทศมาเลเซีย ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อการกลั่นน้ำมันดิบชนิดหนักจากเวเนซุเอลาเป็นหลัก ปัจจุบันมีกำลังการผลิต 1-1.2 ล้านตัน โดยกว่า 90% กลั่นน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลา

เคสลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับการพึ่งพารายใดรายหนึ่งมากเกินไป…ย้อนไป 10 ที่แล้ว ถ้ายังจำกันได้ โรงกลั่นของบริษัท ระยองเพียวริฟายเออร์ จำกัด (มหาชน) หรือ RPC (ปัจจุบันแปลงร่างเป็น บริษัท อาร์พีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ RPCG) เป็นโรงกลั่นที่รับกากคอนเดนเสทเท่านั้น

แต่พอเวลาเปลี่ยนไป ถึงวันหนึ่งคอนเดนเสทที่รับจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ถูกยกเลิกไป…

ครั้นจะไปรับจากที่อื่น เทคโนโลยีอาจไม่รองรับ จะหันไปนำเข้าก็ไม่คุ้มกับต้นทุน ค่าขนส่ง สุดท้ายโรงกลั่นระยองเพียวฯ ก็ต้องปิดตัวไปโดยปริยาย

กรรมเดียววาระเดียวกัน ต้องจับตา TASCO จะแก้ปัญหานี้อย่างไร..?

ก็ไม่รู้ว่าเหตุการณ์นี้จะจบเมื่อไหร่..? สิ่งที่ TASCO ทำได้…อย่างแรกต้องหาน้ำมันดิบแหล่งใหม่ทดแทน แต่สิ่งที่ตามมา จะมีแหล่งใดเทียบเท่าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลา ที่สามารถกลั่นเป็นยางมะตอยได้ดีสุดประมาณ 70%

ขณะที่ TASCO อาจเจอกับต้นทุนที่สูงขึ้น…ด้วยซื้อในสถานการณ์อย่างนี้ ทำให้อำนาจต่อรองอยู่ในมือของผู้ขาย…TASCO ในฐานะผู้ซื้อ ต้องอยู่ในภาวะจำยอม

ที่สำคัญ วัตถุดิบแหล่งอื่นจะมีประสิทธิภาพเทียบเท่าเวเนซุเอลาหรือไม่..? นั่นหมายถึง อัตรากำไรสุทธิที่จะหายไป

ขณะที่สัดส่วนยอดขายจากโรงกลั่นมาเลเซีย คิดเป็น 50% ของยอดขายรวมของ TASCO ประมาณ 2-2.2 ล้านตัน

แต่ถึงนาทีนี้ ก็ยังไม่เห็นทางออกจากผู้บริหาร TASCO ออกมาเลย สงสัยกำลังมึนตึ้บกันอยู่…

ด้านนักวิเคราะห์มองว่ากรณีนี้จะกระทบกำไร TASCO ปีนี้ไม่มาก ราว 10-20% แต่ปีหน้าจะกระทบรุนแรง หากต้องปิดโรงกลั่นไปเลย ยอดขายจะหายไปประมาณ 50% ส่วนกำไรจะหายไป 40% ของประมาณการ 3.3 พันล้านบาท

เมื่อ TASCO อนาคตมืดมน…ก็พลอยฉุดให้แม่ บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPCO ที่พึ่งพาลูกเทพคนนี้เป็นหลักให้ย่ำแย่ไปด้วย

จึงไม่น่าแปลกใจที่วานนี้ (14 ก.ย.) เห็นแม่-ลูกคู่นี้กอดคอกันรูดฟลอร์ทั้งคู่ โดย TASCO ปิดตลาดที่ 20.40 บาท ปรับลดลง 14.64% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 134 ล้านบาท ส่วน TIPCO ปิดตลาดที่ 6.20 บาท ปรับลดลง 14.48% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 47 ล้านบาท

น่าเห็นใจจริง ๆ…

ก็เป็นบทเรียนการพึ่งพาแหล่งเดียวมากเกินไป พอมีปัญหาก็ทรุดทันที…ซึ่งน่าจะเป็นบทเรียนราคาแพงที่ TASCO คงจำฝังใจไปอีกนานแสนนาน…

และอีกบริษัทในปัจจุบันที่คล้ายคลึงกัน กรณีบริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM ที่พึ่งพาลูกค้าหลัก PTT…หากวันใดที่ PTT มีกองเรือของตัวเอง วันนั้น PRM อาจมีเสียวสันหลัง

จนเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจ..ที่อาจเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัวเหมือนดั่ง RPC-TASCO ก็เป็นได้

อุ้ย..ขนแขนสแตนด์อัพหมดแล้วเนี่ย..!!??

…อิ อิ อิ…