BA ลืมตาอ้าปาก.!?

ถือเป็นข่าวดีสุด ๆ หลังครม.ไฟเขียวเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบระยะยาว หรือลองสเตย์ เข้าประเทศ มีผลตั้งแต่เดือน ต.ค. 2563 เป็นต้นไป

สำนักข่าวรัชดา

ถือเป็นข่าวดีสุด ๆ หลังครม.ไฟเขียวเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบระยะยาว หรือลองสเตย์ เข้าประเทศ มีผลตั้งแต่เดือน ต.. 2563 เป็นต้นไป

ภายใต้เงื่อนไขต้องผ่านการกักตัว 14 วัน มีเอกสารหลักฐานของการเข้ามาพำนักระยะยาวในไทย เช่น เอกสารการชำระเงินของโรงแรม เอกสารการเช่าที่พักคอนโดมิเนียม เป็นต้น

โดยตั้งเป้าหมายจะเปิดให้เข้ามาได้สัปดาห์ละ 100-300 คน หรือไม่เกินเดือนละ 1,200 คน สร้างรายได้ 1,200 ล้านบาทต่อเดือน

บรรดาหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นสนามบิน อย่างบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT กลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร อย่างบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT, บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW และ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL เกิดอาการระริกระรี้เป็นพิเศษปรับขึ้นถ้วนหน้า

โอเคก็เป็นเซนติเมนต์เชิงบวก ทำให้เกิดการเก็งกำไรระยะสั้น ๆ

แต่มีหุ้นสายการบินหนึ่งน่าสนใจ เป็นหุ้นสายการบินที่จะได้ประโยชน์จากการปลดล็อกครั้งนี้ หนีไม่พ้นสายการบินบูทีคแอร์ไลน์อย่างบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA เนื่องจากมีสนามบินเป็นของตัวเอง บินอยู่ในเมืองท่องเที่ยวหลักที่เป็นทาร์เก็ตแรกที่เปิดให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้ามา โดยเฉพาะลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงระดับพรีเมียม

ว่ากันว่านักท่องเที่ยวกลุ่มลองสเตย์จะมีรายจ่ายเฉลี่อยู่ที่ 5,200 บาทต่อคนต่อวัน ซึ่งสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปถึง 2 เท่าเลยทีเดียว

แน่นอนว่าเมืองท่องเที่ยวหลักทางภาคใต้ นอกจากภูเก็ต กระบี่ และพังงาแล้ว สมุยเป็นอีกเป้าหมายของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ซึ่ง BA มีสนามบินของตัวเอง และบินตรง

ด้วยคาแรกเตอร์ของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ต้องการความเป็นส่วนตัว ซึ่งสมุยน่าจะตอบโจทย์…

อ้อนักท่องเที่ยวระดับนี้คงไม่ไปนั่งเรือเฟอร์รี่ให้เสียเวลาหรอก (มั้ง)…น่าจะใช้วิธีบินตรงมากกว่า ซึ่งจะทำให้ BA ได้ประโยชน์ไปเต็ม ๆ เพราะบินผูกขาด

กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ BA จะได้ลืมตาอ้าปากสักที

หลังจากช่วงที่ผ่านมา BA บอบช้ำหนักจากโควิด ไม่ต่างจากสายการบินอื่นที่ต้องหยุดบิน รายได้แทบเหลือศูนย์ ส่งผลให้สองไตรมาสแรกขาดทุนมโหฬารครึ่งปีแรกขาดทุนไปแล้วกว่า 3,300 ล้านบาท

นี่จึงถือเป็นสัญญาณเชิงบวกของ BA

ที่สำคัญ อย่าลืมว่า บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ซึ่งเป็นโรงพยาบาลระดับบน จับกลุ่มลูกค้าต่างชาติกระเป๋าหนัก ก็จะได้ประโยชน์จากการปลดล็อกครั้งนี้จากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมากขึ้นเช่นกัน

นั่นหมายความว่า ถ้า BDMS ทำผลงานได้ดีขึ้นก็จะช่วยหนุนการเติบโตของ BA ด้วย ในฐานะถือหุ้นใหญ่อันดับ 4 สัดส่วน 5.21%

แต่ก็อย่าเพิ่งหลงดีใจไปล่ะเพราะสุดท้ายแล้วต้องไปดูว่านักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายจะตอบรับมาตรการนี้มากน้อยแค่ไหน..? รวมทั้งภาครัฐจะมีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดได้หรือไม่..? หลังจากปลดล็อกให้ต่างชาติเข้ามาแล้ว

นั่นแหละเป็นตัวชี้ชะตา BA และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง

อิ อิ อิ